รณรงค์วินัยจราจรและมารยาทการใช้รถใช้ถนนที่ดีในหมู่บ้าน
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 13 ก.ย.62 คุณพนัสวัน ภูระหงส์ ผอ.รพสต.ตำบลหนองโพ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี นายวิริยะ กิตติกำจาย กำนันตำบลหนองโพ และ ด.ต.ประมวล เทพราชา หัวหน้าตู้ป้อมตำรวจตำบลหนองโพ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมรณรงค์ “วินัยจราจรและมารยาทในการใช้รถใช้ถนนที่ดีร่วมกับพื้นที่ภายในหมู่บ้าน”โดยมีนักเรียนโรงเรียนหนองโพวิทยา และประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองโพ ประมาณ 150 คน ร่วมเดินรณรงค์
นายวิริยะ กล่าวเปิดเผยว่า การใช้ถนนร่วมกันนอกจากมีกฎหมายจราจรควบคุมแล้วควรมีมารยาทและความเอื้ออาทรต่อกัน มารยาทในการขับรถเป็นสิ่งที่ผู้คนทุกคนพึ่งจะต้องมีและปฏิบัติยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะรีบร้อนเพียงใดก็ตาม เพราะทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนก็รีบร้อนเหมือนๆ กัน และหากท่านไร้ซึ่งมารยาทในการขับรถและการใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น ก็อาจจะนำมาซึ่งบัญหาระหว่างผู้ขับขี่ได้ ดังนั้นการตระหนักถึงมารยาทในการขับรถและปฏิบัติอยู่เป็นประจำ จะช่วยให้การใช้รถใช้ถนนเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีความปลอดภัยดีที่สุด คือ 1.ผู้ขับขี่ที่จิตสำนึกในความปลอดภัย ควรเตรียมพร้อมทั้งรถและคนก่อนออกเดินทางเสมอ 2.การขับรถแซงอย่างปลอดภัยและไม่เสียมารยาท ผู้ขับควรให้สัญญาณไฟก่อนแซงและเร่งความเร็วรถแซงขึ้นไป และเว้นระยะห่างก่อนให้สัญญาณไฟขอกลับเข้าช่องจราจรเดิม และเร่งความเร็วให้สัญญาณให้เหมาะสมกับรถคันที่อยู่ด้านหน้า 3.การกระทำที่แสดงถึงความมีมารยาทและน้ำใจให้แก่ผู้ใช้กนนร่วมกันคือ ไม่หยุดรถบนเส้นทแยงสีเหลืองหรือบริเวณปากซอยและควรเปิดทางให้รถในเส้นทางอื่นสามารถขับรถผ่านไปได้ในขณะที่รถท่านติดการจราจร
4.หากขับรถเข้าวงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ควรให้รถทางขวามือที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน 5.เมื่อเห็นคนยืนบนทางเท้าและแสดงท่าที่จะข้ามถนนตรงทางม้าลาย ผู้ขับรถควรแตะเบรกเตือนเพื่อให้รถหลังเห็นสัญญาณไฟจราจรและรู้ว่าท่านกำลังจะหยุดรถ และหยุดรถตรงทางม้าลายจนกระทั่งคนข้ามถนนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงขับไปต่อ 6.เมื่อขับรถผ่านเข้าเขตชุมชน สถานที่การศึกษา หรือสถานที่มีคนพลุกพล่านควรชะลอความเร็วรถ และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ให้มาก 7.หากพบรถฉุกเฉินเปิดสัญญาณเสียงไซเรนกำลังวิ่งตามหลัง ผู้ขับขี่ควรเปลี่ยนช่องจราจรไปทางด้านซ้ายทันทีเมื่อปลอดภัย และ 8.การขับรถในขณะที่อ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือดื่มสุราเป็นการขับขี่ที่ไร้ซึ่งจิตสำนึก
ทางด้านคุณพนัสวัน กล่าวเปิดเผยว่า วิธีปฏิบัติกรณีประสบอุบัติเหตุทางถนน 1.ตั้งสติไม่ตื่นตระหนก หากไม่บาดเจ็บมากนักให้รีบออกจากรถ พร้อมประเมินสถานการณ์และความรุนแรงของอุบัติเหตุ เพื่อจะได้แก้ไขเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย 2.ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินในขั้นแรก หากิ่งไม้หรือกรวยสีสะท้อนแสงมาวางให้ห่างจากจุดเกิดเหตุในระยะไม่ต่ำกว่า 50 เมตร โบกธงหรือทำสัญลักษณ์อื่น ๆ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ในระยะไม่ต่ำกว่า 150 เมตร 3.ผู้บาดเจ็บ หากขยับเคลื่อนไหวและพูดโต้ตอบและลุกขึ้นได้ให้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่หากมีผู้บาดเจ็บสาหัส เช่น หมดสติ กระดูกหัก ห้ามเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นพิการได้พร้อมโทรศัพท์แจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และ 4.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของอุบัติเหตุและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
“การใช้ความเร็วที่เหมาะสมและปลอดภัย รวมถึงการไม่ขับรถด้วยความเร็วสูง นอกจากจะทำให้ผู้ขับขี่มีเวลาในการรับรู้เหตุการณ์และตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเพียงพอแล้ว ยังทำให้มีระยะทางในการหยุดมากขึ้น ส่งผลให้การขับรถมีประสิทธิภาพสามารถควบคุมและหักหลบสิ่งกีดขวางได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งแรงปะทะ ณ จุดเกิดเหตุลดลงตามระดับความเร็วในการขับรถ จึงช่วยลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ” คุณพนัสวัน กล่าวต่อท้าย
ด้าน ด.ต.ประมวล กล่าวว่า สำหรับวิธีป้องกันลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ข้อควรปฏิบัติในการลดพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน “เร็ว เมา โทร ง่วง”เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนถนนและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ดังนี้ 1.ไม่ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด 2.ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทั้งช่วงก่อนและขับรถ 3.ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ 4.ไม่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 5.ควรสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ และ 6.ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับรถ