โครงการธรรมชาติปลอดภัย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ภูมิภาค26 มี.ค. 2562 • 09:22 น.
โครงการธรรมชาติปลอดภัย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
โครงการธรรมชาติปลอดภัย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดย กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์โปรดิวส์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการคัดเลือกเป็นวิสาหกิจชุมชุมดีเด่นระดับจังหวัด และได้รับเลือกเป็นตัวแทนจังหวัดเข้าชิงรางวัล วิสาหกิจชุมชนดีเด่น ในระดับภูมิภาค ในระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน พ.ศ. 2561 ซึ่งมีตัวแทนจาก น่าน พะเยา ตาก และพิจิตร ที่ผ่านเข้ารอบดังนี้ 1) วิสาหกิจชุมขนผู้ปลูกมะนาวบ้านยอด อ.สองแคว จ.น่าน 2) วิสาหกิจชุมขนกลุ่มผู้ปลูกลำไยบ้านต่ำใน อ.เมือง จ.พะเยา 3) วิสากิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมและผลิตข้าวชุมชนบ้านแม่กระวาน อ.สามเงา จ.ตาก 4) วิสาหกิจชุมชนโรงสีสวัสดิการชุมชน อ.สามง่าม จ.พิจิตร เนื่องจากโครงการได้รับการยอมรับในวิธีการขับเคลื่อนชุมชนในการต่อสู้กับหมอกควันไฟป่าอันเนื่องมาจาก ชาวบ้านที่ทำอาชีพทำไรเลื่อนลอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกข้าวโพดบนภูเขาซึ่งเป็นปัญหาหนักในอำเภอแม่แจ่ม ไฟป่าเผาที่ ลดได้ด้วยการต่อสู้กับ “อาชีพทำไรเลื่อนลอย” ธรรมชาติปลอดภัยเด่นที่กระบวนการขับเคลื่อนวิธีคิดของชาวบ้านที่คุ้นเคยกับการปลูกข้าวโพด ชักชวนให้ชาวบ้าน ทำความเข้าใจในการสร้างรายได้ที่สูงขึ้น และ การเข้าถึงแนวทางเลือกอี่น ที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องรุกป่า และ ลงมือ เป็นการชี้ให้เห็นถึง การทำเกษตรมูลค่าสูง การเปลี่ยนอาชีพ ใช้เวลากว่า 6ปี สำหรับกระบวนการระเบิดจากข้างใน เริ่มต้นด้วยการสร้างแหล่งน้ำ ที่ชาวบ้านค่อยๆเรียนรู้จนตระหนักจนตัดสินใจเห็นตรงกันว่า ก้าวแรกที่จำเป็นต่อการสร้างอาชีพใหม่ คือ แหล่งน้ำ ปีแรกของธรรมชาติปลอดภัยมุ่งมั่นกับการสร้างแหล่งน้ำ โดยมีแหล่งต้นน้ำมาจากยอดเขาอินทนนท์ วางท่อจ่ายน้ำสู่ 2 หมู่บ้านกลายเป็นบ่อน้ำ บ่อแล้วบ่อเล่า หรือที่เรียกกันว่า “บ่อพวง” เกือบ 40 บ่อ กระจายบนภูเขา ด้วยการร่วมแรงร่วมใจนี้ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติถึงการเป็นเจ้าของและหวงแหนในสิ่งที่ร่วมกันลงแรงและลงทุนร่วมกัน หัวใจสำคัญของโครงการคือ กระบวนการตกผลึกของผู้คนในสองหมู่บ้าน การกำหนดกติกาชุมชน และ การเป็นเจ้าของในสิ่งที่ร่วมสร้างกันมา ก่อให้เกิดกลุ่มวิสาหกิจย่อย ที่เปลี่ยนอาชีพและรับเทคโนโลยีใหม่ในสิ่งที่ตลาดต้องการเช่น กลุ่มลำไยพุ่มเตี้ย กลุ่มหมู กลุ่มผ้าทอ กลุ่มกล้วยไม้ กลุ่มมะม่วง กลุ่มผัก กำหนดเป็นโครงการสร้างอาชีพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัย และสร้างสำนักงานชุมชนด้วยคนในชุมชนเอง ผู้คนในสองหมู่บ้านระดมปลูกคืนผืนป่า 1850ไร่ ตั้งบทลงโทษคนเผาไร่จนไฟลามเข้าเขตอนุรักษ์ ต้องเสียค่าปรับคนละ 40,000บาท ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชน .....มีเงินออมสะสม 224,000 บาท เงินหุ้น 1,653,000 บาท เงินหมุนเวียน 10,000,000บาท คิดเป็นรายได้7,530,000 บาทล่าสุด พล.อ. ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมชมโครงการธรรมชาติปลอดภัย(บ้านแม่ปานสัน-สันเกี๋ยง) ในวาระครม.สัญจรเชียงใมห่เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562 คัดเลือกเป็นต้นแบบของอ.แม่แจ่มในการสร้างอาชีพและลดไฟป่า