“รองอธิบดีป่าไม้” สนธิกำลังลุยตรวจสอบคลี่ปมที่ดิน “แอ๊ด คาราบาว”

ภูมิภาค7 ธ.ค. 2565 • 11:06 น.โดย ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ
“รองอธิบดีป่าไม้” สนธิกำลังลุยตรวจสอบคลี่ปมที่ดิน “แอ๊ด คาราบาว”

วันที่ 7 ธ.ค.65 คืบหน้าคดี นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ให้ดำเนินคดีกับนายยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ด คาราบาว” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังในข้อหา ครอบครองที่ดิน น.ส.3 ก แปลงที่ 1 (ออกเอกสารโดยมิชอบ/ บุกรุกป่าครอบครองพื้นที่ป่าไม้ถาวร พื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติ และกล่าวโทษเจ้าพนักงานป่าไม้ฐานละเว้น ( 157) นั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.สระบุรี ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่บ้านท่าสะบก ม.2 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว ก่อนรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีนายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายคม ศรีสวัสดิ์ หน.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม ที่ 1 ภาคกลาง กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตีรโสภณ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ ทองเพียร , พ.ต.อ.สมคิด สาวิสัย ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.สระบุรี พ.ต.ต.ธีรสิทธิ อโปกุล สว.หินซ้อน ร.ต.อ.สัมพันธ์ หมื่นพินิจ พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี นายทนงยุทธ จันทกูล นายก อบต.ท่าคล้อ เจ้าหน้าที่จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สระบุรี ผู้แทน สำนักงานที่ดิน จ.สระบุรี สาขา (แก่งคอย) เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดิน สระบุรี เจ้าหน้าที่จาก กรมเจ้าท่า สาขา ลพบุรี ฝ่ายปกครอง อ.แก่งคอย กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ โดยมี นางสาวศิริลักษณ์ อ่านเปรื่อง (ผู้เช่า) ที่ดินฯ และนายไกรวุฒิ โควินทะสุต ให้การต้อนรับยินยอมนำคณะเข้าตรวจสอบด้วยความเต็มใจ และเป็นที่น่าสังเกตุว่า ในวันนี้ ( 7 ธ.ค65) ประตูรั้วเหล็กที่กั้นบริเวณทางขึ้น และแผ่นป้ายสีขาวที่มีข้อความ “ น้ำ ผา ป่าใหญ่แคมป์” ที่ติดไว้กับต้นไม้ข้างทางถูกรื้อและปลดออกไปหมดแล้ว

ระหว่างทางก่อนเข้าถึงแคมป์ที่ทำการ น้ำ ผา ป่าใหญ่ มีถนนคอนกรีตระยะทางประมาณ 900 เมตร บริเวณที่ทำการฯ เป็นผืนดินลานกว้าง สลับต้นไม้ พบมีการก่อสร้างรีสอร์ท เต็นท์ 18 หลัง อาคารสำหรับบริการอาหาร 1 หลัง ห้องสุขา จำนวน 15 ห้อง อาคารที่เก็บเรือ และอุปกรณ์ชูชีพ 1 หลัง ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ออกเดินสำรวจโดยรอบพบหลักหมุด จำนวน 4 หมุด มีแม่น้ำป่าสักโอบล้อมไปทางทิศตะวันตก ฝั่งตรงข้ามเป็นหน้าผาสูงชัน ( ถ้ำหมีเหนือ/เสือใต้) อดีตเคยมีลวดสลิงขึงข้ามแม่น้ำป่าสักระหว่างรีสอร์ท-หน้าผา ปัจจุบันถูกถอดออกแล้ว เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานต่างได้ร่วมกันถ่ายภาพและจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

หลังเสร็จสิ้นการตรวจที่เกิดเหตุ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้เรื่องนี้ได้เป็นคดีแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับคดีตามที่คุณวีระ ได้มาแจ้งความไว้โดยมีหน่วยงานหลักๆ เช่น กรมป่าไม้ กรมที่ดิน กรมอุทยาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมเจ้าท่าฯ จะมาร่วมกันตรวจสอบซึ่งพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้บันทึกถ้อยคำไว้ประกอบในสำนวนของคดี คือกรณี การออก น.ส.3 ก.โดยมิชอบในเขตป่าสงวนซึ่งก็ต้องแสวงหาความจริง และในเรื่องรั้วประตูทางเข้าที่กรมป่าไม้ตรวจสอบแล้วอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อยู่ในเขตรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และกรมพัฒนาที่ดินก็บอกแล้วว่าอยู่ในเขตป่าฯ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขยายผลกันต่อไป

รองอธิบดีกรมป่าไม้ แจงต่อว่าเรื่องประตูรั้วได้สอบถาม “ผู้เช่า” ได้ยอมรับแล้วว่าเป็นความผิดที่ประตูรั้วโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย ที่ทำขึ้นเพราะไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ป่าไม้ เมื่อทราบก็ได้ทำการรื้อถอนออกแล้ว เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการต่อไป เบื้องต้นผู้ประกอบการ (ผู้เช่า) รับว่าได้เช่าพื้นที่ดังกล่าวมากว่า 10 ปีแล้ว ทำกิจกรรมเกี่ยวกับ แอ้ดเวนเจอร์ ปีนเขา กรณี ถนนแห่งนี้เคยมีการแจ้งความดำเนินคดีมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2537 เรื่องเดิมเป็นอย่างไรต้องไปคัดคำพิพากษา ว่าเรื่องเดิมเป็นอย่างไร ในส่วนที่เกิดขึ้นใหม่ถือเป็นความผิดใหม่ที่ต้องดำเนินการ

สุดท้ายคือเรื่อง น.ส.3 ก.วันนี้ มี 2 หน่วยงานหลักคือ กรมป่าไม้,กรมที่ดิน จะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงว่าเอกสารดังกล่าว ออกมาอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ ถ้าออกโดยไม่ชอบก็ต้องเพิกถอน เมื่อเพิกถอนเสร็จก็จะกลับมาเป็นป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ซึ่งข้อเท็จจริง ทางกรมที่ดินและกรมป่าไม้ได้ยืนยันแล้วว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าไม้ถาวรแต่ยัง(ไม่ได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร)  แต่พร้อมที่จะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอย่างไรก็ตามตนขอยืนยันได้ว่า เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ความยุติธรรมจะเกิดขึ้น กับประชาชน ผู้เช่า และผู้ร้องเรียนคือคุณวีระ และเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญคือเจ้าพนักงานจะเข้าข่าย “ผู้ละเว้น”ตามที่คุณวีระ กล่าวโทษไว้ก็ต้องดูกันต่อไป

พ.ต.อ.ไพโรจน์  ตีรโสภณ.รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี เผยว่า ทางตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีได้ตั้งชุดคณะพนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน ทำการสืบสวน สอบสวนเรื่องนี้ โดยมีตนเองเป็นหัวหน้าชุดคณะสอบสวนชุดนี้ ซึ่งในวันนี้ได้ทำหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป่าไม้ กรมเจ้าท่า และอีกหลายหน่วยงาน เข้ามาร่วมตรวจสอบ หลังจากผลการตรวจสอบออกมา ก็จะเชิญมาสอบปากคำ เพื่อสอบสวนว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้เป็นอย่างไร ผู้เสียหายเป็นอย่างไร จะต้องดำเนินคดีในเรื่องไดบ้าง

ด้านนางสาวศิริลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือจอย ผู้เช่าที่ดินแอ๊ด คาราบาว เล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ในปี 2563 ได้มีเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้ามาปักหมุดที่ดิน ซึ่งก่อนหน้านั้นตนเองรู้ ไม่เห็นในเรื่องการปักหมุด จึงไม่สามารถบอกได้ว่าแนวเขตอยู่ตรงไหน ตนจึงได้ไปทำประตูรั้วไว้ที่ตรงนั้น ซึ่งประตูรั้วตรงนั้นมีมาก่อน พ.ศ.2563 พอมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาแจ้งตนก็ได้ลื้อออก ส่วนในเรื่องของแนวกันไฟ ตนเองก็ทำมาก่อน เนื่องพื้นที่ดังกล่าวถูกคนมาเผาไฟตลอด เผาป่ามาจนถึงพื้นที่แปลงปลูกผักของตน และที่พักของตน ตนจึงได้ทำแนวกันไฟขึ้นมาซึ่งก็ไม่ทราบว่าลุกล้ำแนวเขต ส่วนเรื่องประตูที่ตนเองทำก่อนเข้าที่นั้นตนเองยอมรับว่าตนเองเป็นคนทำขึ้น ก็เพื่อความปลอดภัยของตน เพราะว่าตนเองอาศัยอยู่ที่นี่ และนอนอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว ส่วนลุงที่อยู่ด้วยก็ไปเช้า เย็นกลับ ซึ่งในพื้นที่มีทั้งเผาป่า ยิงปืน และเข้ามาในพื้นที่ช่วยเวลาตี 3 ริมแม่น้ำเพื่อที่จะยิงปืน (เริ่มเสียงเครือน้ำตาคอเบ้า) อยากจะถามว่าจะมีใครรู้ไหม มีไรมาอยู่ด้วยหรือเปล่า ช่วงกลางคืนก็มีนักล่าสัตว์มายิงปืนเสียงดัง ตนเองก็ทนไม่พูด ไม่บอกกล่าวใคร ไม่เคยจะร้องเรียนใคร เนื่องจากกลัวเรื่องความปลอดภัย ซึ่งประตูที่ตนเองทำ ก็ไม่ได้แน่นหนาอะไร สามารถลอดผ่านเข้ามาได้ จะมาหาของป่า หาอะไรก็ไม่เคยได้ว่าเลย ซึ่งพื้นที่ที่ทำประตูตนก็เพิ่งมารู้ว่าเป็นที่ของป่าไม้ ซึ่งเอก่อนตนเองคิดว่าเป็นที่ของตน และเพื่อความปลอดภัยเพราะว่าทุกคนต้องใช้ทางขึ้นตรงนั้น ตนจึงทำเพื่อป้องกันตนเอง จากคนที่ขับรถมอเตอร์ไซด์เข้ามายิงปืน ซึ่งก็ไม่ได้เกิดข้นเพียงแค่ครั้งเดียว และมีการเผาป่าทุกปี เผาตรงประตูรั้วไม่ติด ยังจะขึ้นมาเผาข้างบนถนนอีก เผาจนถึงบ้านที่ตนเองนอนพักอาศัย ตนเองยังต้องเอาน้ำมาดับไฟ ตนจึงต้องทำแนวกันไฟขึ้น และมีอยู่ครั้งหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาขณะที่ตนเองจะไปใส่บาตรเห็นมีไฟไหม้บนภูเขา ตนเองยังต้องเอาน้ำไปดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปทั่ว ส่วนสาเหตุที่ตนทำรั้วนั้น ตนเองยอมรับว่า ณ เวลา นั้นตนเองไม่ทราบว่าอยู่ในแนวเขตของตนเองหรือไม่ ตนเองเข้าใจว่าเป็นเขตของตนเอง เนื่องจากตนเองเป็นผู้เช่า และไม่ใช่เจ้าของที่ ตนเองมีโฉนด แต่ไม่เห็นหมุด