ท่าเรือแหลมฉบังแถลงสรุปเหตุเพลิงไหม้ ตู้สินค้า
วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วยเรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย และ พ.ต.อ.หญิง ขวัญฤทัย ปิยะวงศ์รุ่งเรือง นักวิทยาศาสตร์ (สบ4) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 และทีมงาน ได้เข้าพื้นที่ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตู้สินค้า ภายในเรือ KMTC HONGKONG เพื่อพิสูจน์ สืบทราบหาสาเหตุ และจัดเก็บหลักฐานภายในพื้นที่ โดยมี ได้แจ้งว่า จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้พบตู้คอนเทนเนอร์ที่เกิดความเสียหาย จากแรงอัดของตู้ด้านล่าง ทำให้ตู้ข้างบนกระเด็นขึ้น และมีน้ำท่วมขัง จากการดับเพลิงภายในเรือ ซึ่งมีการจัดเก็บตัวอย่างน้ำที่อยู่ในเรือ พร้อมกับ เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรือ และตู้สินค้า เพื่อนำไปประกอบการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้สามารถระบุบริเวณที่เกิดเหตุได้ในเบื้องต้นแล้ว แต่ต้องมีการพิสูจน์โดยละเอียดครั้ง
นี้
เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการโดยรอบคอบ คำนึงถึงกฎระเบียบ และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานทุกคนด้วย ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบสภาพโดยรอบของเรือ และบริเวณข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบ โดยมีกรมควบคุมโรคและกรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพของอากาศในบริเวณที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ อีกทั้ง ยังมีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำในบริเวณดังกล่าว โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับกรมควบคุมมลพิษอีกด้วย
ทั้งนี้ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ,นายนิติ วิวัฒนวานิช นายอำเภอศรีราชา ,เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย ,เรือโทยุทธนา โมกขาว ผอ.ท่าเรือแหลมฉบัง ,นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง และนายบุญเลิศ น้อมศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแหลมฉบัง เดินทางมาเยี่ยมผู้ประสบ ที่ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแหลมฉบัง จำนวน 8 ราย
โดยได้มอบกระเช้า พูดคุยสอบถามอาการ และให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยทุกคน ซึ่งพบว่าทุกรายมีอาการดีขึ้น และเตรียมตัวที่จะกลับบ้านได้แล้ว แต่ยังมีอีกประมาณ 3 ราย ที่แพทย์ยังคงขอดูอาการอีก 1 วัน เนื่องจากยังมีอาการหายใจไม่สะดวก อ่อนเพลียอยู่
นายภัครธรณ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจนต้องเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาล จำนวนทั้งสิ้น 211 คน โดยภาพรวมส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบด้านผิวหนัง แสบตา ซึ่งขณะนี้ทางแพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาเบื้องต้น โดยใช้น้ำสะอาดล้างบ่อยครั้ง อาการที่เกิดขึ้นจากการถูกสารเคมีก็ทุเลาลง แต่บางรายได้รับสารเคมีปริมาณมาก ทางแพทย์ให้พักเพื่อรอดูอาการ จำนวน 10 ราย โดยจากการสอบถามทุกราย อาการดีขึ้น และพร้อมกลับบ้านในทันที
เมื่อเวลา 15.00 น. เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า ศูนย์อำนวยการในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 1 สายเรือ KMTC และบริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ร่วมแถลงข่าวสรุปเหตุเพลิงไหม้ ตู้สินค้า ภายในเรือ KMTC HONGKONG ณ ท่าเทียบเรือ บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด
เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย หน่วยดับเพลิงจากหน่วยงานอื่นๆ ได้มีการเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ โดยมีการฉีดน้ำดับเพลิง ตั้งแต่เวลา 06.45 น. ภายหลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่า สินค้าที่เกิดเพลิงไหม้นั้น เป็น สาร CALCIUM HYPOCHLORITE ที่เป็นสารผสมหลักของผลิตภัณฑ์ผงฟอกขาว ใช้ในการปรับสภาพ โดยท่าเรือแหลมฉบัง สามารถควบคุมสถานการณ์ในเบื้องต้น ต่อมาเวลา 21.00 น. ได้มีฝนตกลงมา ทำให้เปลวไฟ และควันไฟลดลง จนกระทั่ง เวลา 00.20 น. ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ควบคุมสถานการณ์เรียบร้อย โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ได้เกิดกลุ่มควันขึ้นเล็กน้อย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ดำเนินการฉีดน้ำ เพื่อหล่อเย็นตู้สินค้าดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีตู้สินค้าที่ได้รับความเสียหายจากเปลวไฟ จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 35 ตู้
เรือโท ยุทธนา โมกขาว ยังกล่าวอีกว่า สำหรับน้ำปนเปื้อนจากการดับเพลิง จะถูกกักเก็บอยู่ในระวางเรือ กรมเจ้าท่าได้สั่งห้ามระบายน้ำปนเปื้อนออกจากเรือลงสู่ทะเล แต่อาจจะมีน้ำบางส่วนไหลลงสู่ทะเลบ้าง โดยได้ดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดไว้ และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป ทั้งนี้ทางท่าเรือแหลมฉบัง ได้มีการวางบูม รอบตัวเรือ เพื่อป้องกันกรณีที่อาจเกิดน้ำมัน หกลงทะเลอีกด้วย และได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไม่ให้ไฟประทุขึ้นมาอีก พร้อมทั้ง ให้มีการเตรียมความพร้อมในการฟื้นฟูพื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป
ทางสายเดินเรือ KMTC ได้ชี้แจงว่า ในการตรวจสอบหาข้อมูลของสารเคมีที่อยู่ในตู้สินค้า ที่มีความล่าช้านั้น เนื่องจาก ใบสำแดงสินค้า ไม่ได้มีการสำแดงรายละเอียดของตู้สินค้าดังกล่าว เนื่องจากเป็นตู้สินค้าที่ไม่ได้มีการขนถ่ายลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง จึงทำให้ต้องมีการประสานงานกับท่าเรือปลายทางอีกครั้ง เพื่อขอข้อมูลสินค้าในตู้ที่เกิดเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องของตู้สินค้า จึงทำให้เกิดความล้าช้า
ในกรณีนี้ ผู้แทนกรมเจ้าท่า ได้กล่าวว่า เรือ KMTC HONGKONG ยังคงต้องจอดอยู่ที่ ท่าเทียบเรือก่อน ยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากต้องดูความพร้อมของเรือ และต้องรอการตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 ก่อนด้วย