เกษตรกรบุรีรัมย์ปรับเปลี่ยนหันมาปลูกพืชอายุสั้น เจอวิกฤติแล้งซ้ำ ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง วอนภาครัฐช่วย

ภูมิภาค7 มี.ค. 2562 • 07:08 น.
 เกษตรกรบุรีรัมย์ปรับเปลี่ยนหันมาปลูกพืชอายุสั้น เจอวิกฤติแล้งซ้ำ ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง วอนภาครัฐช่วย
เกษตรกร ต.บ้านบัว อ.เมืองบุรีรัมย์ กว่า 20 ครัวเรือนที่งดทำนาปรังหันมาปลูกพืชอายุสั้นตามนโยบายภาครัฐ เพื่อเก็บผลผลิตบริโภคและขายกลับเจอวิกฤตแล้งซ้ำ น้ำที่เคยไหลผ่านมาตามคลองเหือดแห้งไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงพืชผักเริ่มเหี่ยวเฉา วอนภาครัฐสูบน้ำจากลำห้วยธรรมชาติช่วยเหลือ พร้อมเสนอขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่การเกษตรแก้ปัญหาในปีต่อไป (7 มี.ค.62) เกษตรกรบ้านห้วยจระเข้มาก ม.17 ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 20 ครัวเรือน ที่งดทำนาปรังตามนโยบายของหน่วยงานภาครัฐ ปรับเปลี่ยนหันมาปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย เพื่อเก็บผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือนและส่งขายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว แต่กลับประสบปัญหาวิกฤตแล้งซ้ำเติมอีก เนื่องจากน้ำที่เคยไหลผ่านคลองส่งน้ำของโครงการชลประทาน ที่เกษตรกรพึ่งพาอาศัยในการเพาะปลูกผัก มีสภาพเหือดแห้ง ทำให้เกษตรกรไม่มีน้ำไปรดหล่อเลี้ยงพืชผักที่ปลูกไว้ จนเริ่มทยอยเหี่ยวเฉาและคาดว่าหากไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงติดต่อกันเป็นเวลาเกิน 1 สัปดาห์ พืชผักที่ปลูกไว้ก็อาจจะแห้งตายเสียหายได้ จากผลกระทบดังกล่าวจึงได้ร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐ ได้หาแนวทางช่วยเหลือโดยการสูบดึงน้ำจากลำห้วยธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยเหลือ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำหล่อเลี้ยงพืชผักที่ปลูกไว้ เพราะหากปล่อยให้แห้งตายเสียหายเกษตรกรก็จะขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว นายสิริวัฒน์ จะปิ่นครบุรี อายุ 63 ปี เกษตรกรบ้านห้วยจระเข้มาก ต.บ้านบัว อ.เมืองบุรีรัมย์ บอกว่า ปีนี้ถือว่าแล้งที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี โดยเฉพาะคลองส่งน้ำที่เคยมีน้ำไหลผ่านพอให้เกษตรกรได้นำไปเพาะปลูกพืชผัก ปัจจุบันก็มีสภาพเหือดแห้ง และถึงแม้ปีนี้เกษตรกรจะงดทำนาปรังปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชอายุสั้นตามคำแนะนำของภาครัฐแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้รับผลกระทบไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงพืชผักที่ปลูกไว้ ซึ่งเบื้องต้นเกษตรกรก็ได้ไปร้องขอความช่วยเหลือจากทางชลประทานจังหวัด ให้นำเครื่องสูบน้ำไปสูบดึงน้ำจากลำห้วยธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียง มาช่วยเหลือเพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงพืชผักที่ปลูกไว้ ซึ่งทางชลประทานก็รับปากจะให้เครื่องสูบน้ำมาช่วยเหลือ แต่ยังติดปัญหาเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะเติมเครื่องสูบน้ำ ที่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากทางเทศบาล แต่หากทางเทศบาลไม่มีการสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เกษตรกรก็คงต้องลงขันซื้อน้ำมันกันสูบน้ำเอง เพื่อให้พืชผักที่ปลูกไว้มีน้ำหล่อเลี้ยงไม่เสียหาย ทั้งนี้ ยังอยากให้มีการสำรวจขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่การเกษตรกรไว้สำรองด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขาดน้ำทำการเกษตรอย่างเช่นปีนี้อีก