ผัวโหดเมายาหึงเมียทำร้ายทั้งวันจนเจ้าของหอทนไม่ไหวแจ้งตร.จับ
วันที่ 18 ธ.ค.67 เวลา 19.00 น. ร.ต.อ สถาพร สวัสดี รอง สว.ป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากเจ้าของหอ มีเหตุชายทะเลาะกับภรรยา มีอาวุธปืนขู่ด้วย หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยสายตรวจ 191 ทันที โดยที่เกิดเหตุเป็นหอพักไม่มีชื่อในชุมชนหนองตุ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่พบ นายสมเจตน์ หรือนายตี๋ อายุ 31 ปี ร้องตะโกนเอะอะโวยวายภายในห้อพัก ตร.ที่อาวุธปืนครบมือไปถึงที่เกิดเหตุเนื่องจากรับแจ้งคนก่อเหตุมีอาวุธปืน เมื่อไปถึงก็สามารถควบคุมนายตี๋เอาไว้ได้โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน ตร.จึงควบคุมตัวนายตี๋เอาไว้ พร้อมขอค้นภายในห้องปราฎว่า พบมีดปลายแหลมห่อด้วยกระดาษ 2- 3 เล่ม และลูกบอลประทัด 1 ถุง อุปกรณ์ดัดแปลงคล้ายระเบิดขวด 1 ลูก ส่วนอาวุธปืนไม่เจอ คาดว่านายตี๋เอาไปซ่อนแล้ว
ขณะที่มีวงจรปิดของหอพักจับภาพได้ชัดเจนยืนยันว่านายตี๋ทำร้ายภรรยาจริง ไล่มาตั้งแต่ 9 ธ.ค.ไล่มาถึง 18 ธ.ค.จะเป็นนายตี๋ที่รูปร่างใหญ่หึงเมียทะเลาะกับเมียจากนั้นก็ใช้ฝ่ามือตบบ้องหูเมียหลายครั้งหลายวัน ทั้งฝ่ามือทั้งเตะเมีย จนเมียทนไม่ไหว และเจ้าของหอก็เห็นพฤติกรรมไม่ไหวเห็นสามีทำร้ายภรรยาแทบทุกวัน จึงแจ้งตร.มาระงับเหตุดังกล่าว
สอบถามนายตี๋อ้างว่าของทั้งหมดเป็นของตนเอง ส่วนปืนไม่มีขายไปแล้ว สาเหตุที่ร้องเอะอะโวยวายเพราะทะเลาะกับภรรยา โดยนายตี๋อ้างว่า ตนเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯปัจจุบันขายของอยู่ในจังหวัดอุดรธานีขายของไม่ดีทำให้เครียดจึงหันไปเสพยา ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกับภรรยยา เนื่องจากรู้ว่าภรรยปันใจให้ชายอื่นจึงทำให้มีปากเสียงกันอยากจะถามความจริงกับภรรยา นายตี๋บอกอีกว่ายอมรับว่าตนเองเสพยาบ้าเมื่อวานเพื่อคลายเครียด เรื่องภรรยาชายอื่นมีแน่นอน ตนรู้เขามคนอื่นถ้าไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอกพี่ ผมมีเหตุผลของผม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปโรงพักชั่วคราวก่อน ขณะที่ตอนนายตี๋อยู่ท้ายรถกระบะสายตรวจนายตี๋ใจอ่อนอยากขอโทษภรรยาที่รุนแรงเกินไป และอยากขอโทษเจ้าของหอด้วย
ด้าน น.ส นิ่ม อายุ 31 ปี ภรรยา บอกนักข่าวว่า สาเหตุที่ตนทนอยู่กับแฟนเพราะรักและมีลูกด้วยกัน ส่วนอาวุธปืนที่มีผู้แจ้งว่ามีนั้นเมื่อก่อนเคยมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แต่เพื่อนรู้ว่านายตี๋เป็นคนอารมณ์ร้อนและฉุนเฉียวจึงมาเอาปืนกลับไปแล้ว สาเหตุที่ทะเลาะกันนั้นสามีอ้างว่าตนมีชายอื่นซึ่งตนยืนยันไม่มีแน่นอน รักสามีคนดียว แต่ตนเบื่อตรงที่สามีเสพยาหลอนหาว่าเรามีชู้ จึงมีการทำข้อตกลงกันว่าถ้าอยากอยู่ด้วยกันต้องเลิกเสพยาแต่สามีก็ยังเสพยาอยู่ หนูทนไม่ไหวจริงๆ สามีไปเสพยาแล้วหลอนหาว่าตนเองปันใจมีชายอื่น แบบนี้ไม่แฟร์เลย หนูก็บอกเป็นร้อยครั้งกับตี๋แล้วว่าไม่มีจริงๆ แต่เขาก็ไม่เชื่อทำร้ายร่างกายตลอดมา แต่ครั้งหน้าหากไม่เลิกทำร้าย อาจจะพาลูกหนีก็ได้
ส่วนเจ้าของหอ บอกว่า สงสารภรรยานายตี๋ถูกทำร้ายทั้งเตะทั้งถูกฝ่ามือตบทุกวัน ชาวหอก็สงสารแถมนายตี๋ร้องตะโกนโวยวายด่าเมียจนคนในหอไม่ได้หลับไม่ได้นอน และวันนี้ก็ทำร้ายภรรยาอีกทนไม่ไหวจึงแจ้งตร.มา ระงับเหตุดังกล่าว