ตร.เมืองอุดรธานี จับแล้วโจรปล้นร้าน 7-11
เมื่อเวลา11.00 น.วันที่ 4 ธ.ค.2562 ที่หน้าสภ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ต.วรณัฏฐ์ ผันผ่อน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย (ผบก.ภ.จว.อุดรธานี) พ.ต..อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุมธสิน ผกก.ส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวฃกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี และตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ร่วมกันแถลงช่าวจับกุมตัว นายมนัส อดทน อายุ 21 ปี ที่อยู่ 293 ม.11 ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี ในข้อหาว่าชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน พร้อมกับของกลางมี รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวพ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1กษ.2252 อุดรธานี 1 คัน มีดอีโต้ยาวประมาณ 1 ฟุตเศษ ที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 เล่ม เสื้อผ้ามีเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์รองเท้าแตะ ที่ใช้ในการก่อเหตุ หมวกกันน็อค สีดำ เต็มใบ 2 ลูกที่ใช้ในการก่อเหตุเช่นกัน
พล.ต.ต.วรณัฏฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จว.อด. เปิดเผยถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุร้ายชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อ้เลฟเว่น ในพื้นที่อำเภอเมืองในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561 ถึง 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณเวลา 02.00 น.คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธมีดโต้ยาวประมาณ 1 ฟุตเศษ ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น บ้านโนนสูง ต.บลโนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ได้เงินสด 2000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และวันที่ 29 ธ.ค.2561 มีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ที่ตลาดสดไทยศิริ 3 ถนนอุดร-สกลนคร โดบใช้อาวุธเป็นขวดเหล้าเป็นอาวุธ ได้ทรัพย์สินเป็นเหล้า บุหรี่ หลังจากนั้นคนร้ายหลบหนีไป
หลังจากที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองและจังหวัด ได้ร่วมกันลงพื้นที่สถานที่เกิดเหตุทั้ง 2 แห่ง เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมเก็บหลักฐานและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุบริเวณใกล้เคียง จนทราบเส้นทางหลบหนีของผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนที่อยู่อาศัยคือ นายมนัส อดทน ผู้ต้องดังกล่าว และทราบว่านายมนัสฯ ได้หลบหนีออกจากพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ไปหลบซ่อนอยู่กับภรรยาที่ อ.ภูกระดึง จ.เลย
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ-.เมืองอุดรธานี เดินทางไป อ.ภูกระดึง จ.เลย และพบตัวนายมนัสฯ หลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านภรรยาฯ จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ ซึ่งนายมนัสฯ ยอมรับสารภาพเนื่องด้วยหลักฐานว่าเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตตุชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งสองแห่งจริง
ผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพต่ออีกว่า ตนเองเป็นคนงานโรงเหล็กกับพ่อในวันที่ลงมือก่อเหตุครั้งแรกนั้น ตนนั่งดื่มสุราจนหมด และเกิดความเตรียดเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว ต้องการใช้เงินเพื่อนำเอาไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ภายในครอบครัว และคิดไม่ออกว่าจะเอาเงินมาจากไหน เพราะตนมีลูกอายุ 4 เดือน 1 คน ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่าย คือ นม ผ้าอ้อมแพมเพิร์ต จึงขี่รถ จยย.คันของกลาง ออกตระเวนไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้มีจุดหมาย สบโอกาส จึงได้ลงมือก่อเหตุที่ร้านสะดวกซื้อ ที่ ตำบลโนนสูง ส่วนครั้งที่สองเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.61 ต้องการเอาเงินเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปหาเมียที่ จ.เลย และใช้จ่ายในวันขึ้นปีใหม่ แต่ได้เดินทางมาดูลาดเลาและไม่มีอาวุธ จึงใช้ขวดเหล้าที่ตนเองกินหมดแล้วเป็นอาวุธ
หลังจากนั้นตำรวจได้พาผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่สถานที่เกิดเหตุทั้ง 2 แห่ง แล้วนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี.