ผอ.รพ.ขอนแก่น แจงการทำงาน หลังถูกตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง บุคลากรทางการแพทย์ฮื่ม!จัดกิจกรรมแสดงพลังสีขาวรพ.ต่างๆทั่วปท.

ภูมิภาค4 มิ.ย. 2563 • 15:48 น.
ผอ.รพ.ขอนแก่น แจงการทำงาน หลังถูกตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง บุคลากรทางการแพทย์ฮื่ม!จัดกิจกรรมแสดงพลังสีขาวรพ.ต่างๆทั่วปท.
เมื่อเวลา12.30 น.วันที่ 4 มิ.ย. 2563 ที่ห้องประชุม รพ.ขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงรายละเอียดในด้านการทำงาน และการรับบริจาค การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการถูกสั่งย้ายจากการร้องเรียนผ่านบัตรสนเท่ โดยมีแพทย์ และหัวหน้ากลุ่มงานต่างๆ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มาร่วมในการแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า การถูกกล่าวหาว่า ฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นความผอดทางวินัยที่ร้ายแรง เพราะตั้งแต่มาทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการ ไม่เคยสั่งให้เจ้าหน้าที่ หรือบุคลากรท่านใดเรียกรับเงิน อีกทั้งการซื้อขายยา ก็ไม่รู้จักกับบริษัท ไม่รู้จักกับคนขาย ทุกขั้นตอนของการรับบริจาค หรือการบริหารจัดการเงินในกองทุน รพ.ขอนแก่น โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่ง รพ.ขอนแก่น เปิดให้บริการมากว่า 70 ปี มีการรับบริจาคมาโดยตลอด ซึ่งการบริจาคก็เป็นการบริจาคที่ผู้บริจาคมีเจตนามาบริจาคเอง และการที่ รพ.ขอนแก่น หรือ รพ.ต่างๆ รับบริจาค จากผู้มีจิตศรัทธา และการรับบริจาคก็บริจาคที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขมีงบประมาณน้อย การจะสร้างหรือดำเนินการในเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ สร้างอาคาร และการจ้างแพทย์ ก็ต้องมีงบประมาณ ซึ่งทั้งเงินบริจาคทั้งหมด ได้นำเข้ากองทุนพัฒนา รพ.ขอนแก่น ส่วนบริษัทยา รพ.ก็ไม่ได้เรียกร้อง การจัดซื้อจัดจ้าง ก็ยืนยันว่าเป็นไปตามระเบียบพัสดุ " รพ.ขอนแก่น มีการบริหารจัดการตามกฏระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขในทุกขั้นตอนและทุกคำสั่งโดยเฉพาะคำสั่งที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ฯทั่วประเทศ โดยมีเนื้อหาที่แจ้งเกี่ยวกับ มติคณะรัฐมนตรี ได้มีมาตรการป้องกันการกจริตในกระบวนการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ห้ามไม่ให้หน่วยงานที่ทำการจัดซื้อ ทำการหารายได้ในลักษณะผลประโยชน์ ค่าตอบแทนทุกประเภทจากบริษัทยา เข้ากองทุนสวัสดิการ สถานพยาบาล ซึ่ง รพ.ขอนแก่น ต่างได้รับทราบและได้ขานรันโยบายดังกล่าว และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ต่างตอบแทน" นพ.ชาญชัย กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้กลัวประชาชนจะเข้าใจผิด ตามที่มีการร้องเรียนในบัตรสนเท่ รวมถึงเข้าใจผิดตามที่มีคนกล่าวอ้าง ในกรณีที่ว่าข่มขู่พยาน และไม่ให้ความร่วมมือในการให้ปากคำต่อคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะได้เดินทางเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการฯในวันที่ 7 มกราคม 2563 พร้อมกับเจ้าหน้าที่รวม 5 คน ใช้เวลาให้ปากคำรวม 3 ชม. ซึ่งขณะนั้นเป็นการให้ปากคำด้วยวาจา เพราะไม่รู้ตัว จึงได้ขอเวลาต่อคณะกรรมการฯในการที่จะชี้แจงด้วยหลักฐานที่เป็นเอกสาร ที่รวมรวมเป็นแฟ้ม แต่ไม่ทันกำหนดเวลา 15 วัน จึงขอขยายเวลา 1 ครั้ง ซึ่งครบกำหนดส่งเอกสาร หลักฐานในวันที่ 4 ก.พ. แต่ยังไม่ทันถึงกำหนดเวลา ก็นำเอกสารดังกล่าวส่งให้คณะกรรมการฯ จึงไม่ได้มีการข่มขู่พยาน เพราะไม่รู้ว่าพยานคือใครบ้าง ส่วนการให้ปากคำก็ให้ความร่วมมือ เพราะการถูกกล่าวหาทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องจริงและยังยืนยันตามเดิมว่า การทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ทุกการบริจาค การจ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง โป่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทนอย่างใด " ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิ์ที่จะขอเอกสารเอกสารจากการสืบสวนข้อเท็จจริง ที่ชี้มูลว่ามีการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งได้ทำหนังสือเพื่อขอให้เปิดเผยอกสารจากเอกสารดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับ ส่วนการแต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการสามารถตั้งรองผู้อำนวยการ หรือ ผู้อำนวยการในเขตเดียวกันรักษาการแทนได้ ซึ่ง รพ.ขอนแก่น อยู่ในพื้นที่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 7 ซึ่งประกอบด้วย ขอนแก่น ,ร้อยเอ็ด ,กาฬสินธุ์ และ มหาสารคาม แต่มีคำสั่งย้าย นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ให้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมต้องเป็นบุคคลดังกล่าว ทั้งที่มีการยืนยันว่าปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบ และต้องเป็นบุคลากรในเขตเดียวกันมารักษาการหรือมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ. ซึ่งบุคคลดังกล่าวนั้นอยู่เขต 6 ไม่ใช่เขต7 ซึ่งขณะนี้ในทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกัน อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเอกสาร ปรึกษานักกฎหมาย เพื่อจะมีการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในมาตรา 157 ต่อไป" ขณะที่ พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น กล่าวว่า การรวมตัวกันจัดกิจกรรมต่างๆและการออกมาเคลื่อนไหวในทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับ นพ.ชาญชัย นั้น ทุกๆคน มีความคิด ความเห็นที่ตรงกันว่า การย้าย หรือการตรวจสอบต่างๆ ต้องยุติธรรม และโปร่งใส และอยากให้เกิดธรรมาภิบาล ในกระทรวงสาธารณสุข ทุกๆคนที่ออกมาร่วมกันแสดงพลังในแต่ละครั้ง ไม่ได้บังเบียดเวลางาน หรือละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง ทุกคนมาร่วมกันในช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกงานเท่านั้น แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ท่านใด เข้าเวรก็ทำหน้าที่ตัวเอง คนที่เลิกงาน ออกเวร ก็มาร่วมกิจกรรมกัน “วันนี้ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสาธารณสุขทุกท่านร่วมกันแสดงพลังสีขาว ด้วยการแต่งเครื่องแบบ ชุดกาวน์ พร้อมกันทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล ในกระทรวงสาธารณสุข ในเวลา 17.45 น. ที่โรงพยาบาล หรือสถานที่ปฏิบัติงาน จากนั้นก็ร่วมกิจกรรม ร่วมกันร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด” และกล่าวคำว่า “SAVE ธรรมาภิบาล” #คนตีต้องมีที่ยืน พร้อมกัน 3 ครั้ง ให้ดังกึกก้องทั่วประเทศ”