ย่า'น้องจีฮุน' เผยทำใจไม่ได้ที่ต้องมาเสียชีวิตในรถโรงเรียน ขอให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์กับผู้ปกครองคนอื่น
จากกรณี พ.ต.ต.ประเสริฐ กุลบุตรดี สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง ได้รับแจ้งมีเหตุเด็กนักเรียนเสียชีวิตภายในรถตู้ รับ-ส่งของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 10 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพานทอง และหน่วยกู้ภัยสว่างอุทยานธรรมสถานพานทอง
ในที่เกิดเหตุภายในลานจอดรถของโรงเรียนดังกล่าว พบรถตู้รับส่งนักเรียนเบอร์ 3 ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 1 นข 5421 กทม.จอดอยู่ภายในรถตู้หลังเบาะคนขับรถ พบร่างของเด็กญิงเขมนิจ หรือน้องจีฮุน อายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2/2 ของโรงเรียนดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพคว่ำหน้ามีเลือดออกปากตัวซีด จากการตรวจสอบบนเบาะพบกระเป๋าเป้สะพายสีดำและแก้วน้ำดื่มวางอยู่
จากการสอบถามครูที่โรงเรียนเบื้องต้น ได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจและทีมแพทย์ฟังว่า เมื่อช่วงเช้า ได้ขับรถเข้ามาจอดแล้วรับเด็กนักเรียนลงจากรถ พอเห็นคนหมดจึงได้ขับรถไปจอดที่ลานจอดรถของโรงเรียนเพื่อรอรับเด็กกลับในช่วงเย็น แต่พอเวลา 16.00 น.ได้เตรียมเอารถมาจอดรอรับเด็กเพื่อจะส่งกลับบ้าน แต่พอเปิดประตูรถออก ก็พบว่าน้องจีฮุน นอนอยู่จึงได้เรียกน้อง โดยการจับขาแต่น้องไม่มีการตอบรับ ตอนนั้นยอมรับตกใจจนทำอะไรไม่ถูกและได้จับขาน้องแล้วเรียกอีกครั้งแต่ก็ไม่มีการตอบรับหรือขยับตัว จึงรีบไปแจ้งครูคนขับรถและครูคนอื่นๆ ให้มาช่วยตรวจสอบ พบว่าน้องไม่หายใจแล้ว
จนต่อมา นางสาวเมทิกา อายุ 31 ปี แม่ของน้องจีฮุน และนายไทยอนันต์ อายุ 28 ปี พ่อของน้องจีฮุน ได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.พานทอง ไว้เป็นหลักฐาน เหตุประมาททำให้ลูกของตนต้องมาเสียชีวิต เพราะความไม่รอบคอบในครั้งนี้
ล่าสุดวันที่ 31 ส.ค. 65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเรียนดังกล่าว พบบรรยากาศเงียบเหงา มีผู้ปกครองบางส่วนมาส่งลูกหลานด้วยตนเองมากขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีครูหรือทาง ผอ.โรงเรียน ออกมาพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางยุพิน อายุ 58 ปี ย่าของน้องจีฮุนได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 65 ช่วงเย็น ลูกชายโทรศัพท์มาบอกว่ามีครูมาหาที่บ้าน 3 คน มีครูประจำชั้น ครูขับรถรับส่ง และครูพี่เลี้ยง ที่นั่งมากับเด็กๆ บนรถ เพื่อมาบอกว่าน้องจีฮุน เสียชีวิต ตนได้ข่าวจึงรีบตามไปที่โรงเรียน ก็พบว่าน้องจีฮุน นอนเสียชีวิต ตนจะเข้าไปกอดหลานเพราะคิดว่าหลานยังมีชีวิต แต่หมอไม่ให้เข้าเพราะกลัวว่าจะทำให้ชันสูตรยาก ตนจึงได้แต่นั่งดูด้วยความเสียใจ เพราะหลานคนเดียวตนรักมากเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ทุกอย่างและยอมจ่ายค่าเทอมแพงๆ เพื่อให้หลานเรียนดีๆ และมีคนดูแลดีๆ เพราะตนเห็นว่ามารับ -ส่ง ถึงบ้านถึงมือคิดว่าดีที่สุดแล้ว แต่สุดท้ายพ้นสายตาตนก็ไม่รู้จะดูแลแค่ไหนตนอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ สำหรับผู้ปกครองหลายๆ คน ขอให้กรณีหลานตนเองเป็นตัวอย่าง ย่าไปไว้ใจใครมากเพราะไม่ใช่ลูกหลานของเขา และตนยันยืนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด