“น้องฝน” ยืนยันไม่รู้จัก เพจ “เจ๊หล้า รีเทริน” ดูหมิ่นย่าโม เจ้าตัวงง ไปเกี่ยวได้อย่างไร
“น้องฝน” ยืนยันไม่รู้จัก เพจ “เจ๊หล้า รีเทริน” ดูหมิ่นย่าโม เจ้าตัวงง ไปเกี่ยวได้อย่างไร เพราะคดีที่เคยเกิดขึ้นเดือน ธ.ค.แจ้งความเอาผิดแล้ว และจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าหลังกลับมาสร้างเรื่องก็ปิดเพจหนีไปอีกแล้ว
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เพจที่มีชื่อว่า “เจ๊หล้า รีเทริน” ที่ได้มีการโพสต์ภาพที่มีการนำบ้าของหญิงสาวไปปิดทับใบหน้าของอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก โดยเฉพาะกับชาว จ.นครราชสีมา ที่รักและเคารพในองค์ท้าวสุรนารี ที่ต่างเร่งไล่ล่าติดตามตัวบุคคลที่โพสต์ภาพดังกล่าว ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ม.ค.2563 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่ บ.ม่วง ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับ น.ส.จุฑามาศ แก้วอา หรือน้องฝน บุคคลที่เคยปรากฏในภาพของเจ๊หล้า รีเทริน์ จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.2562 จากการที่เพจเดียวกันที่โพสต์ข้อความในลักษณะดูถูกและเหยียดหยามคนอีสาน ซึ่งในครั้งนี้ น้องฝน ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น เพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนนิคดีตามกฎหมายหลังมีการนำภาพโปรไฟล์ส่วนตัวไปโพสต์ในเพจดังกล่าว รวมทั้งการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องที่เกิดขึ้น
น.ส.จุฑามาศ แก้วอา หรือ น้องฝน บอกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งก็พบว่าเพจเจ๊หล้า รีเทิร์น ก็ได้ปิดตัวลงไปแล้ว จนกระทั่งล่าสุดพบว่า เพจเจ๊หล้า รีเทริน์ นั้นได้กลับมาเปิดอีกครั้งและมีการโพสต์ภาพใบหน้าของหญิงสาวทับใบหน้าขององค์ท้าวสุรนารี จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ทั้งนี้โดยส่วนตัวนั้นงง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ก็ทราบเรื่องเนื่องจากน้องแพร ที่มีภาพเป็นรูปโปรไฟล์ ในปัจจุบันนี้นั้นได้ทักแชทเข้ามา และบอกว่า ถูกขโมยภาพนำไปใช้เป็นภาพโปรไฟล์ของเพจเจ๊หล้า และมากระทำในลักษณะดังกล่าว ซึ่งจากการพูดคุยกันกับน้องแพร เป็นการสอบถามในเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเกิดอะไรกันแน่ เพราะน้องแพร เพิ่งจะโดนนำภาพไปใช้ แต่ตนเองนั้นโดยนำภาพไปใช้ในเพจดังกล่าวเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา
“ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.นั้นได้มีการเข้าแจ้งความไปแล้ว และมีการส่งมอบเอกสารหลักฐานข้อมูลต่างๆเพื่อเอาผิดให้กับพนักงานสอบสวน แต่คดีก็ไม่คืบ มาวันนี้เพจเดิม ใช้ภาพของน้องแพร ไปกระทำการในลักษณะที่ดูหมิ่นและหลบหลู่บุคลอันเป็นที่รักของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งโดยส่วนตัวก็ยอมไม่ได้และรับไม่ได้ และหากเข้าไปดูในเพจล่าสุดก็พบว่าเพจเจ๊หล้า ก็ได้ปิดตัวไปอีกครั้งแล้ว”
น้องฝน บอกต่อว่า คงจะบอกไม่ได้ว่าเพจดังกล่าวนั้นทำไปเพื่ออะไร และทำไม เพราะโดยส่วนตัวไม่รู้จักกับเพจเจ๊หล้า ส่วนน้องแพรนั้นรู้จักกันเพราะน้องแพรนั้นเป็นนักสืบโซเชียนที่มีการติดต่อประสานงานกันในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาเมื่อเกิดขึ้นเรื่องกับตนเอง แต่มาวันนี้กลับถูกนำมาภาพมาใช้เป็นโปรไฟล์กระทำการดังกล่าว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่จัดการอย่างจริงจังกับบุคคลที่สร้างเพจเจ๊หล้า รีเทริน์ ตามกฎหมายอย่างจริงจังเสียที