รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เร่งขยายผล ‘แก๊งค์ลักรถ’ เผย 1ปีที่ผ่านมาจับแล้วกว่า 15 แก๊งค์
จากกรณีการจับกุม กลุ่มขบวนการคนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่ สภ. พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รวม4ราย นั้น มีความคืบหน้าเพิ่มเติม โดยพันตํารวจเอก โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม เพื่อหาว่า ผู้ต้องหามีการนำรถไปดัดแปลงสภาพ หรือแยกชิ้นส่วนในการขายต่อไปที่ไหนอย่างไรบ้าง และเชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า4คนอย่างแน่นอน โดยผู้ที่ถูกจับกลุ่มได้เป็นเพียงแก๊งค์ที่ทำหน้าที่ในการลักรถเท่านั้น ถือว่าเป็นกระบวนการต้นทางที่มาดูรถ แล้วหาวิธีการเข้าไปลักรถ จากนั้นก็จะมีกลุ่มคนที่รับซื้อ ซึ่งในขบวนการรับซื้อนี้ ตำรวจอยู่ในระหว่างการเร่งขยายผล และผู้ต้องหากลุ่มนี้ มีการก่อเหตุในหลายท้องที่ด้วย
ทั้งนี้ ช่วง1ปีที่ผ่านมามี ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ สามารถจับกุมแก๊งค์ลักรถไปมากกว่า15 แก๊งค์ แต่ทั้งหมดไม่ได้มีความเชื่อมโยงกัน แต่กลุ่มคนที่รับซื้อ ก็จะส่งไปขายยังใช้แดนแน่นอน ส่วนวิธีการป้องกันนั้น มองว่า แม้จะมีการล็อกคอรถ หรือล็อกล้อ แต่แก๊งค์ลักรถก็ยังใช้วิธีการยกรถไปได้ ดังนั้น จึงต้องใช้การจับกลุ่มตัวมาดำเนินคดีเท่านั้น และการจับกุมอาจจะไม่ได้ทำให้ได้รถคืน แต่ก็เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้ไปก่อเหตุกับชาวบ้านคนอื่นๆที่จะทำให้เกิดความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับเมื่อวานนี้ ที่ได้แถลงผลการจับกุมไปนั้น พันตํารวจเอก โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด สมุทรปราการ, พันตํารวจเอก สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง รองผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ระบุถึงพฤติการณ์ในการก่อเหตุ คนร้าย คือ นายปพน ณรงค์ศักดิ์ หรือปุ้ม และนายมนูญ สุโพธิ์ หรือ หนิง
ทั้งสองคนได้ใช้วิธีการในการก่อเหตุ โดยการนั่งโดยสารรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่น “Grabcar” มายังเขตพื้นที่ สภ.พระประแดง แล้วทําการลักเอารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ที่ประชาชนจอดไว้ ริมถนน/หน้าบ้านพักอาศัย จํานวน 2 คัน ซึ่งไม่ได้ล็อคกุญแจคอรถจักรยานยนต์ จากนั้นทําการขับขี่หลบหนี ออกไปจากพื้นที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ยังได้ขยายผลจนสามารถจับกุม ตัว นายปรีชา รื่นเริง อายุ 32ปี และนายสุพิพัฒน์ อุดมพร ที่ร่วมก่อเหตุในขบวนการนี้เพิ่มเติมอีก2คนด้วย พร้อมทั้งยึดรถของกลาง พร้อมอุปกรณ์ต่อสายตรง รวมถึงยังตรวจยึดอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ในลักษณะถูกแยกส่วนได้อีกจํานวนหนึ่งด้วย