จับกุมยางพาราเถื่อน 2,700 กก.ผู้ต้องหา 8 รายและกระบะรั้วที่ใช้กระทำความผิด 2 คันบริเวณริมแม่น้ำกระบุรี
วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอกอภิชัย เรืองฤทธิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า มีการลักลอบนำยางพาราแผ่นดิบผิดกฎหมาย ข้ามฝั่งจากประเทศเมียนมา ผ่านแม่น้ำกระบุรีมายังฝั่งไทย ในเขตพื้นที่ อ.กระบุรี จ.ระนอง บริเวณริมแม่น้ำกระบุรี พื้นที่บ้านนาน้อย ม.2 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 บูรณาการร่วมกับทหารจุดตรวจศิลาสลัก, จนท.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระนอง และ ตำรวจ สภ.ปากจั่น เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายตามช่องทางตามธรรมชาติทันที
โดยเจ้าหน้าที่ต้องปลอมตัวเป็นชาวสวนปาล์มน้ำมัน และกระจายกำลังแทรกซึมเข้าพื้นที่เป้าหมายด้วยการขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันสายข่าวผู้กระทำความผิด ที่คอยดูต้นทาง โดยชุดซุ่มเฝ้าตรวจ ได้ตรวจพบเห็นกลุ่มคนประมาณ 6-7 คน กำลังลำเลียงยางพาราแผ่นดิบจากเรือหางยาวติดเครื่องยนต์ขึ้นท้ายรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้ารีโว้ ตอนเดียวเสริมรั่ว ทะเบียนจังหวัดระนอง จำนวน 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ คนขับเรือหางยาวได้ขับเรือแล่นข้ามกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และคนขับรถยนต์กระบะได้ขับหลบหนีออกจากจากริมท่าน้ำฯทันที
แต่เจ้าหน้าที่ที่กระจายกำลัง ได้ซุ่มดักตรวจ สามารถควบคุมรถยนต์กระบะที่กระทำความผิด ได้ทั้ง 2 คัน ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดทั้งหมด จำนวน 8 ราย รายแรกคือ นายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 61 ปี ชาวตำบลพลา ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง รับเป็นคนขับรถ รายที่สอง นางสาวสอง (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ชาวนาน้อย ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง และลูกจ้างแรงงานชาวเมียนมา จำนวน 6 คน ตรวจสอบภายในกระบะรถยนต์ทั้ง 2 คัน พบยางพาราแผ่นดิบเถื่อน รวมน้ำหนัก 2,700 กก.
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวสอง ให้การว่ายางพาราดังกล่าวตนได้รับซื้อและนำข้ามฝั่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เรือหางยาวและได้จ้างแรงงานชาวเมียนมา ช่วยกันขนยางพาราผิดกฎหมายขึ้นรถยนต์กระบะ ที่ว่าจ้างให้นายหนึ่งฯ เป็นผู้ขับรถรถยนต์กระบะ เพื่อจะนำไปขายยังร้านรับซื้อยางพาราในพื้นที่ ทั้งนี้ยังได้ว่าจ้าง ชาวบ้านที่อยู่ตามเส้นทางก่อนจะถึงท่าเรือตามช่องทางธรรมชาติ คอยสอดแนมเฝ้าระวังเจ้าหน้าหน้าที่ และแจ้งข่าวให้ทราบ ผ่านกลุ่มไลน์แอพพลิเคชั่น โดยตั้งชื่อกลุ่มว่า สี่คูณร้อย ซึ่งทุกคนให้การรับสารภาพในชั้นทำการจับกุม
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด มายังที่ทำการชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 เพื่อทำบันทึกการจับกุม และนำส่งส่ง สภ.ปากจั่น ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป