"อี๊ด ชลบุรี" อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดังควงแฟนสาวเข้าแจ้งความเงินในบัญชีธนาคารหายไปกว่า 4 ล้านบาท
นายธนัชพงศ์ ผสมทรัพย์ หรืออี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดังควงแฟนสาวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ ว่าเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งหายไป กว่า4 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบ
วันนี้(2 สค.2565) นายธนัชพงศ์ ผสมทรัพย์ หรืออี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง ศิษย์ร่วมสำนักกับ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย พร้อมนางสาว วนิดา วันทาพรม แฟนสาว อุ้มลูกน้อย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.กฤษฏา ไชยชาติ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ หลังเข้าปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ว่าเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาเซ็นทรัล พระราม 2 ของนางสาว วนิดา วันทาพรม หายไป
โดยเหตุเกิดตั้งแต่ปี พศ.2560 เบื้องต้นตนมีเงินในบัญชี 271000 บาท จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 4 ล้านบาทเศษ หายไปจากบัญชี โดยเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะใช้เบอร์ Call Center โทรศัพท์ติดต่อมาโดยตลอดว่า จะเคลียร์เงินในบัญชีให้วันนั้นวันนี้ ถอนเงินได้บ้างไม่ได้บ้าง ครั้งละ 1 แสนบาท 2 แสนบาท บางครั้งก็หลักหมื่น ตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงปัจจุบัน เป็นอย่างนี้เรื่อยมา บางครั้งทางเจ้าหน้าที่ธนาคารก็โทรศัพท์ โดยใช้เบอร์ Call Center ประสานมา ให้เอาเงินเข้าบัญชีของตัวเองในช่วงเช้า ช่วงบ่ายทางธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ถอนได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่เอาเงินออกจากบัญชีของตนไป
นางสาว วนิดา วันทาพรม แฟนสาว คุณอี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง เผยกับผู้สื่อข่าวว่า อยากให้ธนาคาร ออกมารับผิดชอบ มาเคลียร์เงินในบัญชีทั้งหมดให้ตนด้วย เพราะช่วงนี้ครอบครัวเดือดร้อนและลำบากมาก ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนๆและชาวบ้านที่สนิทคุ้นเคยกันมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และตนกับสามี อยากไปออกรายการโหนกระแส ช่อง 3 ของพี่หนุ่มกรรชัย เพื่อเปิดใจ ให้หมดเปลือกว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกเอาเงินของตนไปใช้ หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของตนเอง แต่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลับเอาไปใช้เอง ตนหมดที่พึ่งจริงๆ อยากแฉความจริงทั้งหมดให้ชาวบ้านรับรู้ และจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่ธนาคารอีกต่อไป
ด้านพนักงานสอบสวน ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ พร้อมประสานไปยังธนาคารเพื่อหาทางช่วยเหลือ และเอาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป และเชื่อแน่ว่า มีคนใน รู้เห็นเป็นใจ ในการยักยอกเอาเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปอย่างแน่นอน