"อี๊ด ชลบุรี" อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดังควงแฟนสาวเข้าแจ้งความเงินในบัญชีธนาคารหายไปกว่า 4 ล้านบาท

ภูมิภาค2 ส.ค. 2565 • 13:27 น.
"อี๊ด ชลบุรี" อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดังควงแฟนสาวเข้าแจ้งความเงินในบัญชีธนาคารหายไปกว่า 4 ล้านบาท

 

นายธนัชพงศ์ ผสมทรัพย์ หรืออี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดังควงแฟนสาวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ ว่าเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งหายไป กว่า4 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบ


วันนี้(2 สค.2565) นายธนัชพงศ์ ผสมทรัพย์ หรืออี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง ศิษย์ร่วมสำนักกับ ต๋อง  ศิษย์ฉ่อย พร้อมนางสาว วนิดา  วันทาพรม แฟนสาว อุ้มลูกน้อย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.กฤษฏา  ไชยชาติ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ หลังเข้าปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ว่าเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาเซ็นทรัล พระราม 2 ของนางสาว วนิดา  วันทาพรม หายไป


 โดยเหตุเกิดตั้งแต่ปี พศ.2560 เบื้องต้นตนมีเงินในบัญชี 271000 บาท  จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 4  ล้านบาทเศษ หายไปจากบัญชี  โดยเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะใช้เบอร์ Call Center  โทรศัพท์ติดต่อมาโดยตลอดว่า จะเคลียร์เงินในบัญชีให้วันนั้นวันนี้ ถอนเงินได้บ้างไม่ได้บ้าง ครั้งละ 1  แสนบาท   2  แสนบาท บางครั้งก็หลักหมื่น ตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงปัจจุบัน เป็นอย่างนี้เรื่อยมา  บางครั้งทางเจ้าหน้าที่ธนาคารก็โทรศัพท์ โดยใช้เบอร์ Call Center ประสานมา ให้เอาเงินเข้าบัญชีของตัวเองในช่วงเช้า  ช่วงบ่ายทางธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ถอนได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด  ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่เอาเงินออกจากบัญชีของตนไป


นางสาว วนิดา  วันทาพรม แฟนสาว คุณอี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง เผยกับผู้สื่อข่าวว่า  อยากให้ธนาคาร ออกมารับผิดชอบ มาเคลียร์เงินในบัญชีทั้งหมดให้ตนด้วย เพราะช่วงนี้ครอบครัวเดือดร้อนและลำบากมาก  ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนๆและชาวบ้านที่สนิทคุ้นเคยกันมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และตนกับสามี อยากไปออกรายการโหนกระแส ช่อง 3  ของพี่หนุ่มกรรชัย  เพื่อเปิดใจ ให้หมดเปลือกว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกเอาเงินของตนไปใช้  หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของตนเอง แต่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลับเอาไปใช้เอง ตนหมดที่พึ่งจริงๆ อยากแฉความจริงทั้งหมดให้ชาวบ้านรับรู้ และจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่ธนาคารอีกต่อไป


ด้านพนักงานสอบสวน ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ พร้อมประสานไปยังธนาคารเพื่อหาทางช่วยเหลือ และเอาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป และเชื่อแน่ว่า มีคนใน  รู้เห็นเป็นใจ ในการยักยอกเอาเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปอย่างแน่นอน