"อธิบดีกรมป่าไม้" สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ อุปกรณ์ต่างๆ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
“อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ อุปกรณ์ต่างๆ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน โพดุล ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย จนทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน”
หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องเผชิญกับน้ำท่วม จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “โพดุล” ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วทุกภาค จนทำให้น้ำป่าไหลหลาก จนแม่น้ำเอ่อล้น ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่เกษตรของประชาชน บางจุดสูงเกือบ 2 เมตร สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด จัดเตรียมกำลังพล ยานพาหนะ อุปกรณ์ ลงไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้มีกำลังพลที่จะเข้าไปสนับสนุนในการให้ความช่วยเหลือประชาชนจำนวน กว่า 700 นาย อาสาสมัคร 80 นาย รถยนต์ 100 คัน รถบรรทุก 10 คัน รถบรรทุกน้ำ 10 คัน และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องเลื่อยยนต์ เครื่องสูบน้ำ ซึ่งพร้อมเข้าปฏิบัติงานทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์
ทั้งการช่วยขนย้ายผู้ประสบภัยออกนอกพื้นที่ ช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของต่างๆ ของผู้ประสบภัย แจกจ่ายน้ำดื่ม อาหาร และอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็น การตัดต้นไม้เพื่อเปิดทางให้สามารถใช้งานได้ การซ่อมแซมสะพาน เส้นทางให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานการเข้าช่วยผู้ประสบภัยจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งหลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จะส่งเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์เข้าฟื้นฟูช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านพัก หน่วยงานราชการที่ประสบภัย
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ประกอบด้วย ชุดเหยี่ยวไฟ ชุดพยัคฆ์ไพร ชุดปฏิบัติการพิเศษขนาดเล็ก (small unit) ชุดเสนารักษ์พิทักษ์ป่า และชุดปฏิบัติการน้ำผึ้ง เข้าเสริมกำลังในการช่วยเหลือแต่ละพื้นที่ตามความรุนแรงของสถานการณ์ และเข้าไปเสริมกำลังอีกแนวทางหนึ่งด้วย พร้อมจัดชุดประสานติดตามสถานการณ์ และรับแจ้งเหตุในระดับภูมิภาคของแต่ละสำนัก ในแต่ละท้องที่เกิดเหตุ และส่วนกลางที่สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ซึ่งหากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วน 1310 และสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.