นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามแผนแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม ลำน้ำน่านอย่างยั่งยืน โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 คณะผู้บริหารกรมชลประทาน หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานการดำเนินงานในพื้นที่รับผิดชอบ
เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เข้าตรวจเยี่ยมโรงผลิตน้ำประปา เพื่อพูดคุยปัญหาน้ำประปาที่เกิดขึ้น ณ เทศบาลนครพิษณุโลก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ในส่วนของกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ร่วมนำเสนอแผนเครื่องมือแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วมลำน้ำน่านอย่างยั่งยืน ในโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค การปศุสัตว์ แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำการเกษตรช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกทั้งในฤดูแล้ง ฤดูฝนและฝนทิ้งช่วง ช่วยควบคุมปริมาณน้ำในลำน้ำน่านโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งเมื่อปริมาณน้ำต้นทุนมีค่อนข้างน้อย อีกทั้งยังสามารถเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและส่งเสริมการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำน่าน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ในเขตพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียงให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากแม่น้ำน่านอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ต้นน้ำ มีเขื่อนสิริกิติ์เก็บกักน้ำ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดฝนตกท้ายเขื่อนค่อนข้างมาก กรมชลประทานจึงมีแนวทางการเก็บน้ำแบบขั้นบันได โดยสร้างประตูน้ำเก็บกักน้ำไว้ในแม่น้ำน่านเป็นช่วงๆ เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ทางการเกษตร โดยเขื่อนสิริกิติ์เก็บกักน้ำสามารถเก็บกักน้ำได้ 9,900 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร แต่ศักยภาพของลุ่มแม่น้ำน่าน สามารถเก็บกักน้ำได้ 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีน้ำไหลออกนอกลุ่มน้ำจำนวนมาก การสร้างประตูกั้นแม่น้ำน่าน จะเป็นตัวช่วยในการเก็บกักน้ำแม่น้ำน่านได้เพิ่มมากขึ้น เป็นการสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพอากาศ เรื่องภัยแล้งที่เราเผชิญกับปัญหาในหลายพื้นที่.