“รฎาวัญ” อดีต รมช.กระทรวงแรงงาน มุ่งแก้ไขนวดไทยตกงาน นำหัตถเวช วัดโพธิ์ สู่ อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย
“รฎาวัญ” อดีต รมช.กระทรวงแรงงาน มุ่งแก้ไขนวดไทยตกงาน นำหัตถเวช วัดโพธิ์ สู่ อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย
“รฎาวัญ” อดีต รมช.กระทรวงแรงงาน มุ่งแก้ไขนวดไทยตกงาน นำหัตถเวช วัดโพธิ์ สู่ อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย สุดทึ่งเกษตรกรชาวสวนยางปวดหลังหลายปี นวด 30 นาทีหายเป็นปลิดทิ้ง ตั้งเป้าจับมือ อปท.และสภาครูแพทย์แผนไทยเปิดศูนย์บริการทุกตำบลทั่วประเทศ ดันไทยเป็นฮับ “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” รับผู้สูงวัยจากทั่วโลก
นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้ก่อตั้งพรรคเสมอภาค เปิดเผยว่า ในช่วงที่ประเทศต่างๆทั่วโลกยังปิดประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ ตนมีความเห็นว่าประเทศไทยเราควรจะเตรียมการทุกด้านให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากจีนและจากทุกประเทศทั่วโลก จึงร่วมมือกับสภาครูแพทย์แผนไทย ชมรมพัฒนาสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรีแม่บ้าน ผู้สูงอายุ อสม. จัดโครงการ “หัตถเวชเพื่อผู้สูงวัยไม่ป่วยไม่พิการ” ฝึกอบรมการนวดเพื่อแก้ไขอาการเจ็บป่วยโดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อยกระดับการนวดแผนไทยเพื่อการผ่อนคลายให้เป็นการนวดเพื่อรักษาโรค ซึ่งวิชาหัตถเวชศาสตร์ไทยนี้ถ่ายทอดสืบต่อกันมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว แต่ ขาดการส่งเสริมสนับสนุนให้นำมาใช้ทางการแพทย์รักษาอาการเจ็บป่วยของประชาชน ซึ่งใช้เวลาไม่นานและเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก
นางรฎาวัญ กล่าวต่อว่า นายศุภกร มูลสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมสนับสนุนให้หนองคายเป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งท่านได้เดินทางมาเป็นประธานมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรมพัฒนาเวชศาสตร์ไทยการนวดเพื่อรักษาโรครุ่นที่ 1 ที่หอประชุม โรงเรียนอาโอยาม่า 2 ต.ด่านศรีสุข ซึ่งจัดฝึกอบรมระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2563 โดยมี นายอชิรพัฒน์ สิงห์ทรายขาว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านศรีสุข และประธานชมรมพัฒนาสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทยจังหวัดหนองคาย ,พลตรี ดร.ถิรเดช ทรัพย์เขื่อนขันธ์ กรรมการสภาครูแพทย์แผนไทย ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ยังได้จัดกิจกรรมโครงการหัตถเวช เพื่อผู้สูงวัยไม่ป่วยไม่พิการ ฝึกอบรมการนวดเพื่อรักษาโรคตามหลักวิชาหัตถเวชศาสตร์ไทย ให้แก่ประชาชนชาวตำบลด่านศรีสุขทั้งหญิงและชาย เพื่อส่งเสริมรักษาวิชาความรู้หัตถเวชให้ยั่งยืน เพื่อสร้างสุขภาพให้แข็งแรง และเพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ต่อไป
ทั้งนี้ในวันปิดการฝึกอบรมมีนายสมาน ชาวบ้านในพื้นที่และเป็นเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ปวดหลัง เดินตัวบิด มาปีกว่าแล้ว รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันก็ไม่หายปวด เพราะหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท แต่กลัวพิการไม่ยอมไปผ่าตัด ได้มาให้หมอที่ฝึกอบรมรุ่นแรกนวดแก้ไขให้ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถเดินได้ตรงและไม่มีอาการปวดหลังเลยเป็นเรื่องจริงที่น่าทึ่งต่อประสิทธิภาพการนวดแผนไทยมาก
นางรฎาวัญ กล่าวอีกว่า ตนในฐานะประธานชมรมพัฒนาสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทย จะขยายหัตถเวชศาสตร์การนวดรักษาโรคไปยังทุกตำบล เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ให้ฟื้นฟูร่างกาย กลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และจะส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน มีการพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพให้สามารถบริการแก่คนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเน้นกระจายพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไปยังตำบล และเมืองรองทั่วประเทศ ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเที่ยวได้ทุกตำบล ทุกจังหวัด ที่ต้องทุกข์ทรมานกับอาการปวด และเมื่อได้รับการนวดที่ถูกวิธีจะทำให้แข็งแรงสุขสบายกลับไป ด้วยหัตถเวชศาสตร์ไทย สมุนไพรไทยและอาหารไทย ที่มีสรรพคุณป้องกันและรักษาโรคพร้อมอยู่แล้ว
“เราควรพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เร่งสร้างหมอนวดรักษาโรคให้มากพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ผู้สูอายุจากทั่วโลก ให้เดินทางมารักษาสุขภาพและท่องเที่ยวในประเทศไทย เราสามารถวางแผนให้ทุกตำบลและทุกจังหวัดเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ด้วยภูมิปัญญาไทยหัตถเวชศาสตร์ไทย ยาสมุนไพรไทย อาหารไทย และเวชสำอางสมุนไพรไทย รัฐบาล และองค์กรปกครองท้องถิ่นทุกตำบลทุกจังหวัดควรส่งเสริมสนับสนุนนำภูมิปัญญาไทยที่มีคุณค่ามาเป็นยุทธศาสตร์ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมให้เข้มแข็ง ยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเป็นศูนย์กลางยาสมุนไพรไทยเวชสำอางสมุนไพรไทยผลิตและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก” นางรฎาวัญ กล่าว.