แม่-ญาติสาว 7-11 เหยื่อทหารพรานหึงโหด ผวาหนักกลัวถูกฆ่ายกครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อรอนงค์ พรมศรีแก้ว อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/3 ม.12 ต.เวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สาขาห้วยปริก อ.ฉวาง ซึ่งถูก อส.ทพ.ธนกร สุดสาย อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 4 ต.ละอาย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ประจำกรมทหารพรานแห่งหนึ่งใน 3 จังหวัดภาคใต้ ใช้อาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดใน อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ขณะที่ น.ส.อรอนงค์ พรมศรีแก้ว ซึ่งรักษาตัวอยู่ใน รพ.แห่งหนึ่ง เริ่มฟื้นตัวจากบาดแผลแต่ยังเจ็บหนักจากกระดูกขาซ้ายแตกจากคมกระสุนปืน แพทย์ยังไม่สามารถผ่าตัดกระสุนออกได้ ต้องใช้น้ำหนักถ่วงดึงกระดูกให้เชื่อมก่อนที่จะผ่าตัด ได้เปิดใจถึงสาเหตุว่า อส.ทพ.เป็นคนอารมย์ร้ายมากหึงหวงรุนแรงชอบทุบตีทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุนั้นได้เลิกรากันไปแล้วกว่า 2 เดือนเนื่องจากเห็นว่านายธนกร เข้ากับญาติไม่ได้เลยชอบใช้ความรุนแรง แต่นายธนกรได้โทรศัพท์มาอ้างว่าจะมาขอคืนดีแต่เมื่อมาถึงห้องพักกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่หลายนัดจนบาดเจ็บสาหัสโชคดีที่กระสุนที่ยิงศีรษะเจาะแก้ม เนื่องจากเบี่ยงศีรษะทัน
น.ส.อรอนงค์ ยังกล่าวด้วยว่าขอให้ตำรวจเร่งจับตัวนายธนกรโดยเร็วเนื่องจากทั้งครอบครัวอยู่ในสภาพหวาดผวากลัวอันตราย เขาเคยประกาศว่าจะฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว ทุกคนไม่เป็นอันทำงาน และหวั่นเกรงว่าเมื่อหายจากบาดเจ็บแล้วจะไปทำงานต่อได้อย่างไร เขายังขู่ด้วยว่าเขาเป็นทหารพรานฆ่าคนได้สบายๆฆ่าแล้วกลับไปอยู่ในค่ายไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ยิ่งทำให้เกิดความกลัวอย่างมาก
ขณะที่ พ.ต.อ.สุทัศน์ สงสยม ผกก.สภ.ฉวาง ระบุว่าศาลจังหวัดทุ่งสงได้อนุมัติหมายจับกุมนายธนกรแล้วด้วย ฐานความผิดพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืน ตำรวจได้ประสานงานกับต้นสังกัดทหารพรานยะลาแล้วเพื่อขอความร่วมมือในการนำตัวนายธนกร มาดำเนินคดีอีกทางหนึ่ง ขณะที่ชุดสืบสวนได้ติดตามตัวนายธนกรอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ส่วนผู้เสีหยายนั้นจะให้การดูแลอย่างเต็มที่.