สองสามีภรรยา ร้อง ตร.ภ.7 ถูกตำรวจสามร้อยยอดกวดรถไล่รัวกระสุนใส่ 

ภูมิภาค10 มิ.ย. 2565 • 13:27 น.โดย โสฬส แสงเพ็ญ
สองสามีภรรยา ร้อง ตร.ภ.7 ถูกตำรวจสามร้อยยอดกวดรถไล่รัวกระสุนใส่ 

วันที่ 10 มิ.ย.65 ที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อ.เมือง จ.นครปฐม นายธนยศ ทองมี อายุ 33 ปี พร้อมด้วย นางสาววาเศรษฐี ส่งเสียงอายุ 31 ปี สองสามีภรรยาชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาพร้อมกับนายธนกร วรกิจ อายุ 33 ปี ทนายความ (ตัวแทน) ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดสภ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขับรถประกบและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.50 น.  ของคืนวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พล.ต.ต.นิรันดร ศิริสังข์ไชย ผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้รับมอบ 

นายธนยศ ทองมี อายุ 33 ปี เล่าว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นช่วงกลางดึกขณะที่ตนเองขับรถตู้ยี่ห้อนิสสัน แวน 24 สีเทา ทะเบียนกรุงเทพ กลับมาจาก อำเภอบางสะพาน และเข้ามาในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด ได้มี จ.ส.ต.พงษ์พัฒน์ รื่นภิรมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด พร้อมพวก 4 คน ไม่แต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่แสดงตัว ได้ขับรถยนต์เก๋งสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ลงมาจากรถแล้วนำไฟฉายมาส่องใส่ที่รถของตนเองและเรียกให้จอดในที่มืด ซึ่งช่วงนั้นเกรงว่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพจึงได้ขับรถหนี จากนั้น จ.ส.ต.พงษ์พัฒน์ รื่นภิรมย์ ได้ขับรถตามและกวดตามรถมา ช่วงเวลานั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้น 6 นัด จากนั้นได้ขับเข้าไปในพื้นที่ อำเภอปราณบุรีและได้เข้าไปขอความช่วยเหลือที่ป้อมตำรวจ แต่จ.ส.ต.พงษ์พัฒน์ รื่นภิรมย์ และพวกได้ลงจากรถและนำสิ่งของคล้ายอาวุธปืนมาจ่อที่ตนเองและภรรยาที่มาด้วย โดยเป็นเหตุที่ให้ตนเองภรรยาและลูกที่นั่งมาในรถต่างตกใจและหวาดวิตก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เข้าแจ้งความและมีคลิปที่ถ่ายเอาไว้มาประกอบหลักฐานไว้โดยเกรงคดีไม่คืบจึงได้เข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนในวันนี้ 

ด้าน นางสาววาเศรษฐี ส่งเสียงอายุ 31 ปี ภรรยา บอกว่า ช่วงที่ตนเองมาถึงป้อมตำรวจได้บีบแตรมาถึงป้อมตำรวจแต่ไม่มีใครออกมา จนกระทั่ง จ.ส.ต.พงษ์พัฒน์ รื่นภิรมย์ ได้ลงเอามาข่มขู่ แต่ตนเองไม่ลงและได้ยินดเสียงข่มขู่ว่า กูเป็นตำรวจและบอกให้ลงจากรถทั้งตนเองและสามี โดยคืนนั้นก็ได้ขับรถหลบหนีไปจนเกิดอุบัติเหตุทำให้มีรถเฉี่ยวชนกันกับรถคันที่ขับกวดมา และไปขอความช่วยเหลือที่ปั๊มน้ำมันที่ห่างไปประมาณ 100 เมตร แต่รถเก๋งสีดำไม่ได้ขับกวดตามมา โดยวันรุ่งขึ้นตำรวจคนนั้นได้มีการเข้ามาติดต่อเจรจาเพื่อขอโทษ แต่ตนเองได้ลองสอบถามความคืบหน้าของคดีไปแล้ว ที่ สภ.ปราณบุรีแต่ถูกแจ้งว่าไม่มีอำนาจในการสอบเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องส่งไปที่ ปปช. ให้ทำการดำเนินการ จึงได้ตัดสินใจมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในวันนี้ และตอนนี้มีความหวาดกลัวเพราะต้องมามีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็อยากจะได้รับความเป็นธรรมในสิ่งที่เกิดขึ้น