มอบตัวแล้ว 3 นักเรียนอาชีวะใช้มีดไล่ฟันหน้าคู่อริต่างสถาบันที่ท่าน้ำพระประแดง 

ภูมิภาค9 ก.ค. 2565 • 15:49 น.โดย สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์
มอบตัวแล้ว 3 นักเรียนอาชีวะใช้มีดไล่ฟันหน้าคู่อริต่างสถาบันที่ท่าน้ำพระประแดง 

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนักเรียนอาชีวะยกพวกไล่ทำร้ายกันโดยมีทั้งอาวุธมีดและปืนจนมีผู้บาดเจ็บถูกฟันเข้าที่โหนกแก้มจนเป็นแผลฉกรรจ์ไปหนึ่งคน จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยเหตุเกิดที่ท่าน้ำพระประแดง ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเหตุการณ์ในวันดังกล่าวมีพลเมืองดีใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้และถูกใช้เป็นหลักชิ้นสำคัญที่ทำให้ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้   โดยทางด้าน พ.ต.อ.จักรพงศ์  นุชผดุง ผกก.สภ.สำโรงใต้ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งไล่ล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว จนกระทั่งทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุจนมีการประสานติดต่อขอมอบตัว  

ล่าสุดวันที่ 9 ก.ค.65 เวลา 18.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่สถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้ มีบรรดากลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุทั้งหมด 3 คน ทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 17-18 ปี และเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยกรุงเทพช่าง พร้อมด้วยผู้ปกครอง  ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับทางฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ และของกลางมีดดาบยาวเกือบหนึ่งเมตร จำนวน 2 เล่ม หมวกกันน็อก เสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าร่วมกันลงมือก่อเหตุจริง  

 นายเก้อ อายุ 18ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การว่า วันเกิดเหตุพบเห็นกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีที่เป็นนักศึกษาของเทคนิคสมุทรปราการ พากันขับขี่รถออกมาจากซอยวัดบางหญ้าแพรก ตอนแรกก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะตนเองและเพื่อนตั้งใจพากันไปเที่ยวงานที่พระประแดงอาเขต  โดยจะต้องลงเรือข้ามฝากแต่พอมาถึงท่าน้ำ เจอฝ่ายคู่กรณีตะโกนท้าทายและอ้างว่าฝ่ายคู่กรณีใช้ก้อนหินปาใส่และถือหมวกกันน็อกวิ่งเข้ามาหากลุ่มตนเพื่อจะทำร้าย จึงชักมีดดาบที่เตรียมมาไล่ฟันตามที่ปรากฏในคลิป

ส่วนเสียงปืนที่ได้ยินนั้น ฝ่ายผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้ยิงและไม่ทราบว่าเสียงปืนมาจากไหน อย่างไรก็ตามจากคำกล่าวอ้างในเรื่องของอาวุธปืนทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และแจ้งข้อหาร่วมกันพยามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีและพกพาอาวุธมีดไปในทางเมือง สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุอันควร คุมตัวทั้ง 3คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป