เปิดตัวแผนงานวิจัยสตูล ชุดโครงการท่องเที่ยวโลจิสติกส์ และ SME ปี 2562 เพื่อพัฒนาพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูลสู่ความยั่งยืน

ภูมิภาค29 มี.ค. 2562 • 10:02 น.
เปิดตัวแผนงานวิจัยสตูล  ชุดโครงการท่องเที่ยวโลจิสติกส์ และ SME ปี 2562  เพื่อพัฒนาพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูลสู่ความยั่งยืน
วันที่ 29 มี.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล ผศ.ดร.นิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เป็นประธาน การประชุมเปิดตัวแผนงานวิจัยในพื้นที่สตูล ชุดโครงการท่องเที่ยวโลจิสติกส์ และ SME ปี 2562 โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานวิจัย พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนในการดำเนินงานวิจัย เพื่อการพัฒนาพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูลสู่ความยั่งยืน การดำเนินงานโครงการวิจัยในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูลในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พร้อมด้วยเครือข่ายสถาบันการศึกษาซึ่งเป็นพันธมิตรทางวิชาการและการวิจัย อาทิ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และ สมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยประจำปี 2562 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า ให้ดำเนิน โครงการวิจัยเพื่อหนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งในเชิงวิชาการที่จะส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่อุทยานธรณีโลกในปี 2562 โดยโครงการวิจัยที่จะดำเนินการในปีนี้ประกอบด้วย 1.โครงการวิจัยด้านบริหารจัดการการท่องเที่ยวพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล 2.โครงการวิจัยด้านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดสตูล 3.โครงการวิจัยด้านโลจิสติกส์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานธรณีโลก 4.โครงการวิจัยด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล ทั้งนี้การดำเนินโครงการวิจัยต่างๆดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจะสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่ได้ หากขาดการส่งเสริมและสนับสนุนจากทุกภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล ผศ.ดร.นิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้เรายกคุณค่าให้คนที่เกี่ยวข้องให้เห็นคุณค่าของมรดกโลก ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนของคน และของกลุ่มที่สนใจ ทุกกลุ่มวัยและทุกประเทศ เพราะในเอเชียอาคเนย์เรามองดูแล้วที่นี่เป็นแหล่งที่สำคัญที่สุดและเป็นศูนย์กลางของประเทศได้ ลงไปคือมาเลเซีย อินโดนีเซีย เพราะฉะนั้นบริเวณนี้เป็นเกาะกลาง ถ้าเราดึงตัวนี้ได้จะเห็นว่าการท่องเที่ยวจะมีความสำคัญมากเป็นคุณค่าที่เพิ่มมูลค่าให้การท่องเที่ยวและนำไปสู่ในเรื่องของเศรษฐกิจชุมชน ที่นี่มีกองทุนบ้าน 486 กองทุน กองทุนนั้นก็ต้องเสริม smes ชุมชน สินค้าชุมชน รายได้ของชุมชนอันเกิดจากการท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ที่เข้ามาเราสร้างโรงแรมไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ก็ฝากนักวิจัยว่าลองศึกษาดูว่าของเรามีสมรรถนะในการรับนักท่องเที่ยวได้เท่าไร เรื่องของอาหารการกิน การคมนาคมที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งปะปนกันไป หากเกินกำลังต้องดูว่าอันตรายไหมเพราะเป็นเงื่อนไขของยูเนสโก ที่ไม่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม ผมอยากจะกราบเรียนกับพี่น้องชาวสตูลทั้งหลาย ขณะนี้ไม่ใช่ประเทศให้ความสำคัญสตูล แต่ยูเนสโกก็ยังให้ความสำคัญของสตูล เราเป็นคนสตูลคนในพื้นที่ต้องช่วยกันปกปักรักษาสนับสนุนให้พื้นที่แห่งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ชาวสตูลควรส่งต่อให้ลูกหลาน ไม่มีความบอบช้ำนอกจากความสง่างามและความคงทนยั่งยืนต่อไป ประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน เพราะฉะนั้นความรุ่งเรืองของไทยก็คือความรุ่งเรืองของชาวอาเซียนในภาพรวมทั้งหมด เชิญชวนนะครับมาชมมรดกของเราเพื่อที่จะสะท้อนให้กับชาวโลกรู้ว่าอาเซียนเรามีของที่มีคุณค่า และเป็นมรดกของโลกเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ไม่ใช่เกิดขึ้นจากที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งมนุษย์สร้างไม่ได้แต่การรักษาและดูแลมนุษย์สร้างได้ ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุภาวดี โพธิยะราช ผอ.ฝ่ายงานวิจัยมุ่งเป้า(สกว.) กล่าวว่า ทาง สำนักวิจัยมุ่งเป้า ได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการไปแล้วประมาณ 28 กว่าล้าน ในปีที่ 1 คือเริ่มต้น 2562 ยังมีเฟสที่ 2 ปี 2563และ 2564 ไปเรื่อย คิดว่าในเวทีวันนี้ทางพื้นที่หรือเจ้าของบ้าน ผู้ประกอบการ รวมทั้งทางจังหวัด ก็จะมาดูว่าในแผนดำเนินการมีอะไรบ้างที่จะต้องมาเติมเต็มและต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอันนี้เป็นงานที่ฝ่ายฯดูแลอยู่ สามารถที่จะเอื้อหรือยืดหยุ่นการทำงานได้อีก ส่วนหนึ่งคือทางสำนักงานสนับสนุนกองทุนการวิจัยที่ได้ดำเนินการในเบื้องต้นในการทำกรอบ MOU ร่วมกับทางจังหวัดสตูล อันนั้นคาดว่าจะเป็นการเคลื่อนงานหลายๆภาคส่วนในบริบทของการทำงานของสกว. และจะเป็นกลุ่มงานอีกกลุ่มหนึ่งจะเน้นในเรื่องของนวัตกรรมการศึกษา ในเรื่องของชุมชน ดูการพัฒนาในมิติของความยั่งยืนของสังคม ใน 3 งานวันนี้ที่ดำเนินการอยู่ก็จะมุ่งเน้น พื้นที่ทางจังหวัดสตูลในฐานะที่ดูแลอุทยานธรณีโลกสตูล ได้สามารถตอบโจทย์ของ UNESCO กับการประเมินในอีก 4 ปีข้างหน้า ก็จะไปในเรื่องของการท่องเที่ยว ก็มีการเชื่อมโยงจังหวัดสตูลกับ ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดหนึ่งของ UNESCO ส่วนนี้ก็จะมีการคลี่งาน ด้านการท่องเที่ยวอย่างไร ซึ่งจะเกี่ยวข้องในเรื่องของวิถี วัฒนธรรม อัตลักษณ์ รวมทั้งการขนส่งการเคลื่อนย้าย การท่องเที่ยว และจะมีงานเกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์เข้ามาค่อนข้างเยอะ อีกชุดหนึ่งก็จะเป็นงาน SME พยายามให้เกิด มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์อยู่ ในเบื้องต้นแม้จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวงใหม่อย่างไรก็ตามบทบาทของสกว. สามารถสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดสตูล ในฐานะที่เป็นอุทยานธรณีโลกได้ เรายังมีนักวิจัยที่จะเข้ามาขับเคลื่อนร่วมกับภาคประชาสังคม กับภาครัฐภาคเอกชน ก็ไม่ได้มีอุปสรรคใดๆ