ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ มอบกุหลาบให้กำลังใจ “บิ๊กโจ๊ก” แก้ปัญหาข้อพิพาทผ่าน 80% สัปดาห์หน้าขับไล่ รื้อถอน 8 แห่ง 

ภูมิภาค25 มี.ค. 2566 • 10:27 น.
ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ มอบกุหลาบให้กำลังใจ “บิ๊กโจ๊ก” แก้ปัญหาข้อพิพาทผ่าน 80% สัปดาห์หน้าขับไล่ รื้อถอน 8 แห่ง 

 


    วันที่ 24 มีนาคม 2566   ที่ สำนักงานกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  ชาวเลอุลักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะกว่า 30 คน  เดินทางมาพร้อมดอกกุหลาบ  เพื่อรอมอบให้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล รอง ผบ.ตร.   ที่ลงพื้นที่ในจังหวัดสตูล  เพื่อเป็นประธานติดตามความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทปัญหาที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ  เพื่อขอบคุณและให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน 

     โดยในครั้งนี้ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ 12 คน  ที่ตกเป็นจำเลยได้เดินทางมาขึ้นศาลจังหวัดสตูลหลังถูกเจ้าของที่ดินติดกับโรงเรียนได้ยื่นฟ้องเอาผิดข้อหาบุกรุกนั้น  โดยวันนี้เจ้าของที่ดินดังกล่าวซึ่งเป็นโจทย์ได้ยกฟ้อง ชาวเลเกาะหลีเป๊ะจำเลยทั้ง 12 คน  โดยไม่มีข้อแม้  สร้างความดีใจให้ชาวเลทั้ง 12 คน   จึงพร้อมพวกมารอรับบิ๊กโจ๊กและให้กำลังใจด้วยเชื่อว่าเป็นผลมาจากการปฏิบัติงานของบิ๊กโจ๊กทำให้มีวันนี้

     ขณะที่ด้าน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์  หักพาล รอง ผบ.ตร   หลังประชุมติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าว  ได้แถลงผลการประชุมในครั้งนี้ว่า    วันนี้ทางกรมที่ดินออกคำสั่งมาตรา 61 เพื่อจะเพิกถอนที่ดินเลขที่11 จำนวน 80 กว่าแปลง  และได้เข้าสู่กระบวนการแล้ว และมีมติที่ประชุมของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมที่ดินจะร่วมกันทำงาน ลงพื้นที่ ลงรางวัดที่ดินทั้งเกาะหลีเป๊ะ และในวันนี้การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะทำทั้งเกาะ ส่วนบนเกาะหากพบที่ดินส่วนไหนไม่ถูกต้อง ก็จะเพิกถอนทันที 

     ด้านพล.ต.อ. สุรเชษฐ์  หักพาล รอง ผบ.ตร.   กล่าวเพิ่มเติมว่า   และในศุกร์หน้าก็จะลงเกาะเพื่อไปปักป้ายทั้งหมด เพื่อให้ทำการรื้อถอนในส่วนที่ทางศาลจังหวัดสตูล มีคำพิพากษาแล้วทั้ง 8 คดี กรณีศาลจังหวัดสตูลออกไหมบังคับคดีรีสอร์ทและโรงแรม 8 แห่ง และถือว่า ศาลจังหวัดสตูลได้ออกหมายบังคับคดีรีสอร์ทและโรงแรม 8 แห่ง  บนเกาะหลีเป๊ะที่กระทำผิดกฎหมายที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดทั้ง 8 แห่งเรียบร้อยแล้ว โดยแต่ละรายมีโทษจำคุก 3 เดือนถึง 10 เดือน  ปรับประมาณ 10,000 บาท   ได้ดำเนินการรื้อถอนไปแล้ว 1 แห่ง  บางแห่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการหาผู้รับจ้างรื้อถอน ในส่วนของการรื้อถอนเป็นหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ดำเนินการสู่กระบวนการรื้อถอนต่อไป

     ส่วนโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง ก็ต้องตรวจสอบและออกคำสั่งรื้อถอน หากพบว่าเป็นนอมีนี แปลว่าเงินรายได้จัดเก็บก็มิได้เข้าประเทศเลย ก็ต้องเอาผิดขั้นเด็ดขาด เพราะถือว่ามีนายทุนเป็นคนต่างชาติ  ส่วนกรณีฝ่ายนายก อบต.เกาะสาหร่าย   ขณะนี้ได้เข้าพบปลัดกระทรวงมหาดไทย และส่งหนังสือส่งตรงถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สั่งให้หยุดการทำงานไปแล้ว  ส่วนคดีอาญาทั้งหมดที่บุกรุกที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติฯ นั้น ก็คือโรงแรมต่างๆที่มีอยู่ 100 โรงแรมโดยได้แจ้งความแก่ผู้ดำเนินคดีแก่ผู้ที่ไม่ขออนุญาติต่อไป