ท้องถิ่นต้นน้ำถึงปลายน้ำ ลงนามร่วมมือรักษ์คลองละงูสวยน้ำใส เป็นแห่งเดียวที่เต่ากระอานเหลืออยู่ก่อนจะสูญพันธุ์
สายน้ำในคลองละงู นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค เพื่อการเกษตรหล่อเลี้ยงประชาชนสองฝั่งคลองแล้ว ยังมีความสำคัญจำเป็นสำหรับเต่ากระอาน ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะเป็นลำคลองแห่งเดียวในประเทศที่เป็นแหล่งถิ่นเดิมของเต่า เพื่อเป็นการอนุรักษ์เต่า ทางอบต.กำแพง ได้กำหนดจัดงานวันเต่าโลกขึ้นระหว่างวันที่ 22-28 เมษายน 2562 ขึ้น และก่อนจะมีการจัดงานดังกล่าวขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ อบต.กำแพง และภาคีเครือข่ายต้องฟื้นฟูคลองละงูขึ้นมา
ล่าสุดในพื้นที่ บริเวณคลองละงู หมู่ 7 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล อบต.กำแพง โดยนางสำลี ลัคนาวงศ์ นายกอบต.กำแพง ร่วมกับ อบจ.สตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดโครงการ คลองสวยน้ำใส ขึ้น โดยมีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ และอนุรักษ์พันธุ์เต่ากระอาน ระหว่าง อบต.กำแพง กับ จังหวัดสตูล อำเภอละงู อบจ.สตูล ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล คณะกรรมการเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกตำบลกำแพง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลกำแพง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มคนรักษ์ป่าต้นน้ำบ้านวังสายทอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอละงูซึ่งมีพื้นที่ติดสองฝั่งคลองละงู รวม 16 คน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการร่วมกันอนุรักษ์สายน้ำสายหลักไว้
ในโอกาสนี้ภายใต้โครงการคลองสวยน้ำใส ได้มีนักเรียนจากโรงเรียนกำแพงวิทยา ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในชุดรีไซเคิลรู้ รักใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีการนำถุงพลาสติก ขวดน้ำ ฝาขวด แผ่นซีดี กระสอบปุ๋ย ที่ไม่ใช้แล้วมาตัดเย็บเป็นชุดต่างๆตามจินตนาการ สื่อถึงการใช้สิ่งของให้เกิดประโยชน์สูงสุด และร่วมกันปลูกต้นมะเดื่อซึ่งเป็นอาหารอันโอชะสำหรับเต่า จากนั้นผู้ร่วมงานกว่า 150 คน ได้ร่วมกันปล่อยเต่ากระอาน จำนวน 50 ตัว และปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนและปลาบ้า จำนวน 100,000 ตัว ลงสู่คลองละงู เพื่อให้คลองละงูอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำ อีกทั้งเป็นการสร้างความตระหนัก รักษ์และหวงแหน ช่วยกันดูแลลำคลอง
นางสำลี ลัคนาวงศ์ นายก อบต.กำแพง กล่าวว่า จากการสำรวจสภาพคลองละงู ของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง พบปัญหาที่มีผลกระทบต่อความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำการกัดเซาะของหน้าดิน ปัญหาขยะมูลฝอย ปัญหาน้ำทิ้งจากครัวเรือน และโรงงาน อีกครั้งพบว่าจำนวนเต่ากระอานมีแนวโน้มลดลงและใกล้สูญพันธุ์ นับว่าเป็นปัญหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไขเพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จะเห็นความสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องเร่งร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว
นอกการจากช่วยอนุรักษ์ ฟื้นฟูสายน้ำในลำคลองแล้ว นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ต้องใส่ใจการปล่อยน้ำเสียลงคลอง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนโครงการคลองสวยน้ำใสนี้ถือเป็นเรื่องดีที่หลายฝ่าย โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีพื้นที่ติดลำคลองได้ออกมาร่วมกันอนุรักษ์ และจัดกิจกรรมเพื่อรักษ์สายน้ำขึ้น และเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ รัฐบาลขอความร่วมมือให้จังหวัดจัดขึ้น คือ โครงการ 1 อำเภอ 1 ถนนสวย โครงการเพิ่มพื้นที่สวนหย่อม(สวนสาธารณะ) และโครงการคลองสวยน้ำใส
ในส่วนของโครงการคลองสวยน้ำใส เป็นนโยบายของส่วนกลางและจังหวัด ซึ่งจังหวัดสตูล ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ที่สำคัญปีนี้เป็นปีมหามงคล ทางจังหวัดก็ได้เน้นในเรื่องของการจัดทำพัฒนาเรื่องของคลองสวยน้ำใส ให้มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่บ้านสวยเมืองสะอาด มาคลองสวยน้ำใส วันนี้เราจัดให้คลองละงูเป็นคลองสวยน้ำใส เพื่อที่จะเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลที่จะมีพิธีบรมราชาภิเษก อันนี้ก็ได้ขอความร่วมมือทุกท้องถิ่นที่มีคลองไหลผ่านให้รณรงค์บอกกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของการทิ้งน้ำหรือขยะต่างๆลงแม่น้ำลำคลอง ก็ขอให้ช่วยกันรักษาแม่น้ำลำคลองให้มีความสะอาดอยู่เสมอ
สำหรับแหล่งน้ำของจังหวัดสตูลมีสายน้ำหลัก 3 สาย คือ คลองละงู ฝายคลองท่าแพร และคลองมำบัง ซึ่งความสำคัญไม่ต้องพูดถึง เพราะว่าเป็นน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค และบางสายก็จะมีฝายทดน้ำ บางสายก็จะมีเขื่อน เช่นที่ ดุสน คลองละงูก็มีฝายทดน้ำอยู่ตามระยะทาง คลองท่าแพรก็เช่นกัน สิ่งที่เราทำเพื่อที่จะเก็บกักน้ำให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ในการอุปโภค บริโภคส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือใช้ในเรื่องของการเกษตรสำหรับพี่น้องประชาชนอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของการรักษาสภาพลำคลอง รักษาระบบนิเวศน์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งซึ่งจริงๆแล้วเป็นวิถีของพี่น้องประชาชน และมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะต้องรักษา วิถีเหล่านี้ให้คงอยู่ตลอดไป ที่สำคัญถ้าเรารักษาคลองของเราให้สะอาด และมีน้ำอยู่ตลอดเวลา จะเป็นการสร้างระบบนิเวศน์ สร้างสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้พี่น้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าว
ด้านนางสุขาวดี จารุรัชต์ธำรง ผอ.ศูนย์วิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล กล่าวว่า ในคลองละงู ซึ่งเป็นแหล่งถิ่นอาศัยดั้งเดิมของเต่ากระอานซึ่งปัจจุบันนี้มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆจากสภาวะความเสื่อมถอยของสภาพแวดล้อม และจากการที่มนุษย์ซึ่งเป็นผู้ล่านิยมกินเป็นอาหาร ส่วนหนึ่งก็เป็นยาอายุวัฒนะตามความคิดความเชื่อ ทำให้เต่ากระอานในคลองละงูถูกล่า ซึ่งปัจจุบันนี้เหลือค่อนข้างน้อยมาก ซึ่งทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล ได้รวบรวมพ่อแม่พันธุ์เต่ากระอานในคลองละงู มาเพาะขยายพันธุ์ซึ่งปัจจุบันได้ประชากรลูกเต่าที่เลี้ยงไว้เกือบๆ 1,000 ตัว ส่วนหนึ่งเลี้ยงไว้ปล่อยเพื่อการอนุรักษ์ในถิ่นดั้งเดิมของเขาคือที่คลองละงู ซึ่งเป็นที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถปล่อยได้ และมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในอนาคต
ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่รอบๆ ให้ช่วยกันอนุรักษ์ไม่จับเต่า ไม่ทิ้งน้ำเสียลงในคลองละงู ซึ่งจะทำให้เต่าไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งตรงนี้เป็นผลกระทบโดยตรงและเต่าส่วนหนึ่งที่เลี้ยงไว้ในศูนย์เองก็เป็นเต่าที่ถูกเลี้ยงไว้ในที่กักขังไม่เคยชินกับสภาพแวดล้อม หากปล่อยไปจะต้องหาสถานที่ที่เหมาะสมจริงๆให้เขาสามารถเลี้ยงตัวอยู่ได้ มีแหล่งหลบซ่อน มีแหล่งอาหารซึ่งในคลองละงู โชคดีหน่อยคือจะมีลูกมะเดื่อซึ่งเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติตลอดสายคลอง ที่น่ากลัวที่สุดคือการจับของมนุษย์ ก็จะแอบล่าหรือจับทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ทำให้ประชากรลดลงอย่างน่าวิตก
นอกจากการเพาะเลี้ยงไว้ในศูนย์แล้ว ทางศูนย์ฯ ทำงานร่วมกับอบต.และชุมชนในพื้นที่ ในการประชาสัมพันธ์เมื่อมีการจัดโครงการปล่อยเต่า นอกจากนั้นนักเรียนกลุ่มเยาวชนต่างๆที่มาดูงานในศูนย์ส่วนหนึ่งทางศูนย์ก็ได้ประชาสัมพันธ์ตรงนี้ไปเพื่อการอนุรักษ์
สำหรับเต่าบกและเต่าน้ำ ที่อยู่ภายในศูนย์วิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล มี 15 ชนิด กว่า 2,000 ตัว ที่ถูกเลี้ยงในระบบ มีการปล่อยไปแล้วในโอกาสต่างๆมากกว่า 3,000 ตัว มีสองชนิดที่เสี่ยงสูญพันธุ์คือ เต่ากระอาน และเต่าลายตีนเป็ด