เที่ยวตรัง..เที่ยวงานประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเลหนึ่งเดียวในโลก

ภูมิภาค1 พ.ย. 2562 • 13:25 น.
เที่ยวตรัง..เที่ยวงานประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเลหนึ่งเดียวในโลก
เที่ยวตรัง..เที่ยวงานประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเลหนึ่งเดียวในโลก สัมผัสวิถีไทยวิถีชาวตรังสืบทอดกันมาร่วมร้อยปี เมื่อเร็วๆนี้ ที่ท่าเทียบเรือปากปรน ม.1 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง นายณรงค์ หนูเนียม นายอำเภอหาดสำราญ นางสาวนันทวัน ศิริโภคพัฒน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง นายจรินทร์ ณ พัทลุง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหาดสำราญ พร้อมชาวบ้าน อ.หาดสำราญ กว่า 500 คน ร่วมประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเล โดยมีเรือพาย เรือขบวนกลองยาว จำนวนประมาณ 30 ลำ ร่วมลากเรือพระน้ำเพื่อล่องไปในทะเลตรัง จากท่าเทียบเรือบ้านปากปรน เดินทางสู่แหลมจุโหย ต.เกาะลิบง จ.ตรัง ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ระยะทางรวมไปกลับ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยในขบวนเรือพระ จะอัญเชิญพระพุทธรูปและนิมนต์พระสงฆ์นั่งประจำเรือ พร้อมทั้งใส่เครื่องดนตรี โพน กลองยาว ฉิ่ง ฉาบ ไว้คอยส่งสัญญาณให้จังหวะในการลาก ตลอดช่วงเวลาการลากเรือพระจะมีกิจกรรมซัดต้ม การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อระหว่างเรือแต่ละลำ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน และการประกอบพิธีลอยเรือเคราะห์กลางทะเล ทั้งนี้ ชาวบ้านจะพากันตัดเล็บ ตัดผม ใส่ไว้ในเรือจำลอง และในช่วงบ่ายจะลากพระเรือกลับมายังหมู่บ้าน หลังจากนั้นก็จะมีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน แข่งขันขูดมะพร้าว แข่งขันลอกใบจาก แข่งขันแทงต้ม(ห่อขนมต้ม) การประกวดร้องเพลง เป็นต้น เพื่อเป็นการร่วมทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ สร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีให้สืบทอดกันเรื่อยมานับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน กระทั่งเป็นประเพณีประจำถิ่นเพียงแห่งเดียวในโลก นายจรินทร์ ณ พัทลุง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) หาดสำราญ เล่าให้ฟังว่า สำหรับการลากพระข้ามทะเลนี้ นับเป็นประเพณีที่เก่าแก่ และยาวนาน โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ หลังเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดุสิต ตลอดพรรษา ซึ่งชาวบ้านทั่วไปจะเดินทางไปร่วมงานลากเรือพระทางบก แต่เนื่องจากชาวปากปรน และพื้นที่ใกล้เคียงเกือบทั้งหมดมีอาชีพทำการประมง วิถีชีวิตจึงเกี่ยวข้องกับแม่น้ำลำคลอง และการใช้เรือ “ในสมัยก่อนการเดินทางโดยทางบกเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประกอบกับชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะทำการประมงกันในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูง หรือน้ำใหญ่ คือ ระหว่างขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 5 ค่ำ และแรม 13ค่ำ ถึงขึ้น 5 ค่ำ รวมทั้งยังไม่มีวัดอยู่ในหมู่บ้านด้วย โดยเมื่อที่อื่นๆ มีการลากพระกันในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จึงมักไม่มีโอกาสได้เข้าร่วม ดังนั้นจึงมีการลากพระทางน้ำกัน และมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า 100 ปีมาแล้ว และยังจะอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามนี้ต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลาน” นายจรินทร์ กล่าว นางสาวนันทวัน ศิริโภคพัฒน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานตรัง กล่าวว่า ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเห็นความสำคัญของกิจกรรมลากพระข้ามน้ำข้ามทะเลของ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ซึ่งก็เป็นหนึ่งเดียวในโลกต้องมาที่นี่ของอ.หาดสำราญ ในส่วนของททท.มาเสริมกิจกรรมในเรื่องของการแข่งขันแทงต้ม แข่งขันขูดมะพร้าว และการแข่งขันลอกใบจาก ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนาน มีชาวบ้านเข้าร่วมการแข่งขันและเชียร์กันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากปีใดที่นักท่องเที่ยวเดินทางลงใต้มาเที่ยวตรัง จึงไม่ควรพลาดในการร่วมประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเลหนึ่งเดียวในโลกที่ จ.ตรัง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสท้องทะเลจังหวัดตรังที่สวยงาม ตลอดจนสัมผัสวิถีของชาวริมน้ำ ของชาวตรังอีกด้วย “งานประเพณีลากพระทางน้ำ ข้ามทะเล ที่จังหวัดตรัง ถือว่าเป็นหนึ่งเดียวในไทย แห่งเดียวในโลก เป็นงานบุญประเพณีวิถีไทยที่สืบทอดกันมาเป็นร้อยปี โดยจะมีการจัดตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หลังเทศกาลออกพรรษา โดยขบวนลากเรือพระ ทางน้ำ ออกจากท่าเทียบเรือปากปรน ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง มุ่งหน้าออกทะเลเพื่อลากเรือพระไปยัง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หมู่เกาะลิบง ที่แหลมจุโหย เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง และชาวบ้านได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อความรักสามัคคีในชุมชนจากนั้น ในช่วงบ่ายจะลากพระเรือกลับมายังท่าเรือปากปรน ระยะทางรวมไปกลับ 10 กิโลเมตร เพื่อเป็นการร่วมทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ สร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีให้สืบทอดกันเรื่อยมานับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน กระทั่งเป็นประเพณีประจำถิ่นเพียงแห่งเดียวในโลก” นางสาวนันทวัน กล่าว นางสาวนันทวัน กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน โดยเริ่มจากการแข่งขันลอกใบจาก หรือการแข่งขันปากกัดตีนถีบ ซึ่งนำเอาวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่จากการประกอบอาชีพนำมาทำการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันจะใช้การจับเวลา 5 นาที ให้ใบจากคนละ 30 ใบ และจะนับจำนวนใบจากที่ลอกแล้วมีใบสมบูรณ์เรียบร้อย ใบไม่ขาด ซึ่งมีผู้สมัครเข้าแข่งขันจำนวน 6 คน ซึ่งมีอายุน้อยสุดคือน้องนักเรียน ป.5 อายุ 11 ขวบ ไปถึง คุณยายอายุ 70 ปี ร่วมแข่งขัน ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางกองเชียร์ลุ้นกันอย่างสนุกสนาน นางสาวนันทวัน กล่าวต่อไปว่า ผู้เข้าแข่งขันจะใช้ปากกัดบริเวณใบจาก และใช้เท้าหนีบใบจากแล้วถีบเพื่อลอกใบจาก ซึ่งใบจากที่ลอกจะต้องไม่ขาด จะต้องไม่ติดใยของใบจาก ซึ่งแต่ละคนที่เข้าแข่งขันจะประกอบอาชีพในการลอกใบจากอยู่ด้วยเช่นกัน รวมทั้งน้องนักเรียน ป.5 ด้วย โดยผลการแข่งขันครั้งนี้แชมป์เก่าลอกใบจากทำเวลาเร็วที่สุด ส่วนน้องนักเรียน ป.5 ลอกใบจากเสร็จคนที่ 2 ก่อนที่จะหมดเวลา 5 นาที และทางกรรมการก็ได้เป่านกหวีดหมดเวลา ผู้เข้าแข่งขันต้องหยุดทำการลอกใบจากทุกคน ทางกรรมการจึงทำการนับใบจากที่ลอกได้สมบูรณ์ ปรากกฎว่าแชมป์เก่าลอกใบจากได้ 49 ใบ แต่น้อง ป.5 สามารถลอกใบจากได้มากถึง 51 ใบ และเท่ากับคุณยายวัย 70 ปี แต่น้องนักเรียนวัย 11 ปี ทำเวลาได้เร็วกว่าจึงได้แชมป์รับเงินรางวัล 2,000 บาท จากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง ส่วนผู้แข่งขันคนอื่นรับแก้วลดโลกร้อนไปคนละใบ “กิจกรรมต่อมาคือการแข่งขันขูดมะพร้าว โดยชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหาดสำราญยังคงกระต่ายในการขูดมะพร้าว จึงได้มีการส่งเสริมจัดกิจกรรมการแข่งขันขูดมะพร้าวขึ้นมา โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 5 คน ซึ่งแต่ละคนจะต้องนำกระต่ายมาเองจากบ้านเพื่อเข้าแข่งขัน โดยจะมีกติกาในการแข่งขัน ซึ่งทางกรรมการได้ให้มะพร้าวแก่ผู้แข่งขันคนละ 2 ลูก โดยจะจับเวลา 2 นาที ใครขูดมะพร้าวมีได้มากที่สุดโดยการชั่งน้ำหนัก โดยทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันให้ผู้เข้าแข่งขันได้ผ่าลูกมะพร้าวเพื่อเตรียมพร้อม และเป่านกหวีดเพื่อทำการแข่งขัน” นางสาวนันทวัน กล่าว นางสาวนันทวัน กล่าวต่อว่า ขณะทำการแข่งขันได้มีชาวบ้าน นักท่องเที่ยวร่วมลุ้นร่วมเชียร์อย่างคึกคักเช่นกัน ผู้แข่งขันแต่ละคนต่างเร่งขูดมะพร้าวของตนเองกันอย่างไม่สนใจใคร และเมื่อกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาทุกคนต่างวางมือจากการขูดมะพร้าว กรรมการนำมะพร้าวใส่ถุงแล้วนำไปชั่งกับตาชั่งที่เตรียมมา ปรากฏว่าคุณยายวัย 70 ปี แชมป์เก่าก็สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้อีกหนึ่งสมัย รับเงินรางวัล 2,000 บาท จากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นรับแก้วลดโลกร้อนไปคนละใบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการแข่งขันทั้งสองรายการดังกล่าวแล้ว ยังมีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน การแข่งขันเรือพาย โดยนำเอาเรือประมงที่ชาวบ้านหาดสำราญ นำไปประกอบอาชีพออกหาปลา เอามาถอดเครื่องเรือออก แล้วนำเรือมาทำการแข่งขันเรือพายกัน โดยมีการแข่งขัยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือประเภทหญิง จำนวน 16 ฝีพาย มีทีมส่งเข้าแข่งขัน 3 ทีมและประเภทชาย จำนวน 16 ฝีพาย มีทีมส่งแข่งขัน 7 ทีม โดยจะทำการแข่งขันประเภททีมหญิงก่อน ซึ่งทำการจับสลากในการแข่ง 3 ทีม แข่งกัน 2 ทีม ส่วนอีกทีมที่เหลือจะ รอชิงชนะเลิศ ส่วนประเภททีมชาย ก็เช่นกัน ทำการจับสลากในการแข่งขัน 7 ทีม โดยจะแข่งกัน 3 คู่ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ส่วนเหลืออีก 1 ทีม ไปรอแข่งรอบรองชนะเลิศ จากนั้นก็ทำการแข่งโดยการนำเรือไปจุดเริ่มต้นแล้วฝีพายแต่ละทีมต่างเร่งฝีพายเพื่อที่จะไปชิงดึงผ้าที่จุดเส้นเส้นก่อนคู่ต้องสู้ โดยประเภททีมหญิงจะแข่งกันรอบเดียวก็ได้ผู้ชนะ ส่วนทีมชายคู่ชิงชนะเลิศจะต้องแข่งชนะคู่ต้องสู้ 2 ใน 3 ครั้งถึงจะได้ชนะได้เป็นแชมป์ ทั้งนี้บรรยากาศเสียงกลองดังกึกก้องและกองเชียร์แต่ละทีมร่วมส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะมีบรรดาน้องๆหนูๆที่มาส่งเสียงเชียร์คุณพ่อคุณแม่ที่เข้าร่วมแข่งเรือพายในครั้งนี้สร้างความน่ารักและประทับใจให้กับผู้เข้าแข่งขันอีกด้วย นายธวัชชัย เพทาย ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอหาดสำราญ บอกว่า กิจกรรมหลังจากที่ขบวนเรือพระทางน้ำ ข้ามทะเล กลับจากแหลมจูโห้ย เกาะลิบง หลังจากถวายภัตราหารเพลพระสงฆ์ ขบวนก็จะนำเรือกลับมาที่ท่าเทียบเรือบ้านปากปรน เมื่อกลับมาถึงก็มีกิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน หรือเป็นวิถีชาวบ้านจากการประกอบอาชีพ อย่างเช่น การแข่งขันปากกัดตีนถีบ หรือ การลอกใบจาก ซึ่งมีชาวบ้านบางส่วนมีการหารายได้จากการนำเอาใบจากมาลอกเป็นใบจากเพื่อใช้เป็นใบยาสูบ ก็นำมาเป็นกิจกรรมหนึ่ง นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกิจกรรมที่ 2 ก็เป็นกิจกรรมการแข่งขันขูดมะพร้าว ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหาดสำราญยังคงใช้กระต่ายในการขูดมะพร้าว ทำขนมจำหน่ายในชุมชน มีขนมพื้นบ้าน เป็นการส่งเสริมคนกลุ่มนี้ จึงได้มีการจัดการแข่งขันขูดมะพร้าว ได้มีชาวบ้านเข้าร่วมการแข่งขันและมีทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง ให้การสนับสนุนในส่วนของกิจกรรมของรางวัล และหลังจากกีฬาวิถีชาวบ้านเสร็จสิ้น ก็จะมีกิจกรรมการแข่งขันเรือพาย ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ใช้เรือจากการประกอบอาชีพประมง ถอดเครื่องยนต์ออก แล้วนำมาทำการแข่งขัน “โดยจะแยกเป็นฝีพายประเภทหญิงและประเภทชาย จำนวนฝีพายลำละ 16 ฝีพาย ซึ่งรางวัลในการแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลหาดสำราญ ให้งบประมาณในการจัดการแข่งขัน มีชาวบ้าน นักท่องเที่ยวเข้ามาติดตามชมให้กำลังใจเรือที่เข้าทำการแข่งขัน ซึ่งใช้กติกาที่ชาวบ้านได้กำหนดกันขึ้นมาเอง ระยะทางการแข่งขันประมาณ 200 เมตร ไม้พายก็จะเป็นไม้พายที่ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลหาดสำราญจัดทำขึ้นเพื่อจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย” นายธวัชชัย กล่าว งานประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเล ถือเป็นงานของชาวบ้าน โดยชาวบ้าน และเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง มีการจัดสืบทอดกันมาเป็นประจำทุกปี หลังจากวันออกพรรษา ชาวบ้านก็จะร่วมกันจัดงานกันอย่างเข้มแข็ง จนถือเป็นงานประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่จัดกันอยู่ทุกปี ดังนั้นทริปเที่ยวภาคใต้แดนสะตอคราวหน้า จึงไม่ควรพลาดร่วมงานประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเล ของชาวอำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง ด้วยประการทั้งปวง