อธิบดีป่าไม้ขีดเส้นยุติปัญหาที่ดินเชิงเขาตะเกียบ

ภูมิภาค21 ก.ย. 2562 • 18:34 น.
อธิบดีป่าไม้ขีดเส้นยุติปัญหาที่ดินเชิงเขาตะเกียบ
วันที่ 21 ก.ย. 62  นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันฯ กรมป่าไม้ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร นายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจสอบชายเขาติดชายทะเลบริเวณร้านลาแม ร้านซีฟู้ดชื่อดังบริเวณเชิงเขาวัดเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ หลังมีการร้องเรียนว่ามีการใช้เครื่องจักรกลหนักขุดถนน ถมดินลูกรังสร้างเส้นทางจากร้านอาหารไปจุดชมวิวด้านพระยืนริมหาดหัวหินยาวกว่า 100 เมตร เกรงจะกระทบกับสภาพสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์ที่สวยงามโดยตรวจสอบพบว่ามีบริษัทเอกชนรายหนึ่งเช่าใช้พื้นที่ดังกล่าวจากกรมป่าไม้จำนวน  32 ไร่เศษ อนุญาตเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 โดยก่อนที่อธิบดีกรมป่าไม้จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบข้อมูลปัญหาต่างๆของที่ดินเขาตะเกียบที่หอสมุดรัชมังคลาภิเษกวังไกลกังวล หัวหิน โดยมีตัวแทนชาวบ้านเขาตะเกียบส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างทางมอบดอกไม้ให้กำลังใจและขอบคุณกรมป่าไม้ที่เข้ามาดูแล นายอรรถพล กล่าวว่าอยากให้พูดคุยกันทุกฝ่ายเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ถึงแม้ว่าพื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้แต่ยังมีหน่วยงานอื่นๆที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน จากปัญหาที่เกิดขึ้นใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ทางกรมป่าไม้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบโดยมีผู้ตรวจราชการป่าไม้เป็นประธาน เบื้องต้นได้รวบรวมเอกสารครบทุกอย่างแล้วและได้ข้อยุติที่ชัดเจนแต่คงจะต้องนำไปสู่ในเรื่องของการทบทวนในเรื่องของการอนุญาต เพราะจากการรวบรวมเอกสารในขั้นตอนของการรายงานที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงโดยไม่ได้คำนึงถึงพื้นที่ที่มีความเปราะบางในเรื่องของระบบนิเวศและเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่วนเรื่องการขอเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้ประกอบธุรกิจนั้นเท่าที่ได้รับข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบพบว่ามีผลของการรายงานข้อเท็จจริงที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม จึงต้องเข้าไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่าที่แล้วมาดำเนินการมาถูกต้องหรือไม่ จะต้องทบทวนกันในเรื่องของการอนุญาตซึ่งตอนนี้ได้ข้อยุติหมดแล้วอาทิตย์หน้าก็คงจะได้รู้ผลกัน อีกทั้งยังได้ทำหนังสือไปที่ ปปท.ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ด้าน นายชีวะภาพ กล่าวว่าในเบื้องต้นตามที่ท่านอธิบดีได้บอกไว้ มีการรายงานสืบสวนสอบสวนว่ามีเจ้าหน้าที่คนไหนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งนำมาด้วยการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ไป 2 ตำแหน่งตั้งแต่ตอนตรวจสอบ แต่คิดว่าคงไม่ได้มีแค่ 2 ตำแหน่งอาจจะมีมากกว่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวอาจไม่ได้มาวัดเองจึงทำให้มีการปักหมุดขึ้นไปบนโขดหินบนนั้น อย่างที่บอกว่าตรงนี้เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมก็จะมีระยะจากทะเลเข้าไปว่า 5 เมตรทำอะไรได้บ้าง 15 เมตรทำอะไรได้บ้าง 50 เมตร ซึ่งเท่าที่เห็นไม่สามารถทำได้ เพราะการอนุญาตเขียนไว้ชัดว่าต้องดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้เพราะวางเงื่อนไขแต่ละข้อได้เขียนไว้แล้ว คิดว่าเป็นความคลาดเคลื่อนทางบริษัทอาจจะเข้าใจผิด แต่ก่อนที่จะดำเนินการนั้นต้องดูว่าเริ่มต้นผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างไร มีเจตนาแบบไหน ซึ่งได้ข้อสรุปโดยเท่าที่เห็นพื้นที่นี้ให้อนุญาตไม่ได้ เช่นนั้นก็ต้องเพิกถอนใบอนุญาต แล้วหลังจากนั้นค่อยมาดูว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างไร