ชาวบ้านผวาหยุดกรีดยาง หลังช้างตกมันทำร้ายคนในหมู่บ้านปางตาย-วอนรัฐช่วยแก้ปัญหา
วันที่ 3 ก.พ.2564 ที่บ้านย่าบล เลขที่ 32 หมู่ที่ 5 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งเป็นบ้านน้องสาวของนางสุดใจ บุศรา อายุ 57 ปี (เหยื่อช้างตกมันที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.สตูล) วันนี้มีชาวบ้านและญาติพี่น้องมารวมกันตัวไม่น้อยกว่า 30 คน วิพากษ์วิจารณ์หลังเกิดเหตุช้างตกมันกระทืบเพื่อนบ้านขณะออกไปกรีดยางหวิดดับเมื่อเวลา 2 นาฬิกาของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ร่วม 3 วันนี้ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านต้องผวา และไม่กล้าที่จะออกไปกรีดยาง เพราะเกรงว่าช้างจะกลับมาทำร้ายพวกตนซึ่งต้องออกไปกรีดยางในยามค่ำคืนได้
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ชาวบ้านไม่สบายใจ ไม่มีรายได้ เพราะความหวาดกลัวเพราะช้างยังอยู่ในพื้นที่และไม่รู้ว่าจะถึงคราวเคราะห์ หรือคิวของพวกตนเมื่อไหร่ที่อาจจะถูกทำร้ายเหมือนอย่างนางสุดใจ เพื่อนบ้านวัย 57 ปีได้
นางสุภากรณ์ พรหมสุด อายุ 45 ปี เพื่อนบ้านอยู่ในเหตุการณ์ช่วยชีวิตนางสุดใจ เล่าว่า สงสารจับใจเมื่อเห็นนางสุดใจ คลานหนีช้างมาตามถนน และเล่าเหตุการณ์ทั้งที่ร่างกายบอกช้ำและเลือดเต็มหน้าว่าถูกช้างเหยียบขณะขี่รถจยย.มาบนถนนเพื่อไปกรีดยางพาราตามปกติ แต่ทันใดนั้นเหลือบไปเห็นช้าง 1 เชือกอยู่ข้างทาง จังหวะนั้นช้างได้ใช้งวง รวบตัวของตนซึ่งเป็นคนร่างบอบบาง ฟัดทิ้งแล้วเหยียบบนหน้าอก ก่อนใช้งาขูดกับพื้นแล้วงัดตนลอยร่วงลงมาเจ็บระบมจนหนำใจ โดยจังหวะที่มีสติได้พยายามคลานหนีมาบนถนน จนโซ่ที่คล้องช้างที่มีลากไม้ติดกับต้นไม้ทำให้ช้างไม่สามารถวิ่งเข้ามาทำร้ายตนได้ทำให้รอดตายและบาดเจ็บสาหัส หลังคลานไปพอขอความช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง
ซึ่งนางสุภากรณ์ พรหมสุด เล่าต่อว่า จังหวะนั้นโชคดีที่เพื่อนบ้านช่วยกันบอกคนอื่น ๆ ว่าช้างตกมันหลุดไม่งั้นหลายคนอาจถูกทำร้ายเหมือนกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่ากลัวมาก ชาวบ้านไม่กล้าออกไปกรีดยาง รายได้ก็หดหาย อยากให้ทางการมาช่วยเหลือ เพราะช้างมีเจ้าของและสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมาโดยตลอดทั้งทำลายพืชสวน สร้างความหวาดกลัว
นายธนากร บุศรา อายุ 51 ปี (น้องชาวเหยื่อช้างตกมัน) บอกว่า ความหวาดกลัวเกี่ยวกับช้างมีมาตลอด ยาวนานหลายปี แต่ครั้งนี้นาหวาดกลัวหนักหลังพี่สาวของตนถูกช้างเหยียบปางตาย ต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู กระดูกหัก ปอดตับ หายใจไม่สะดวกบอบช้ำไปทั้งตัว อยากจะฝากถามหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่รู้ปัญหากันดี แต่ไม่เคยจะมาช่วยเหลือชาวบ้าน จึงต้องร้องปัญหาผ่านสื่อให้ช่วยส่งเสียงไป 3 ข้อ ว่า การครอบครองช้างต้องมีอะไรบ้าง ต้องมีที่อยู่ชัดเจนของช้างหรือไม่ ใครเป็นคนรับผิดชอบหากช้างทำร้ายชาวบ้านแบบนี้ แล้วเมื่อเกิดเหตุนายอำเภอ หรือคนเกี่ยวข้องไม่เห็นลงมาช่วยเหลือชาวบ้าน
เจ้าของช้างก็ไม่เห็นจะแสดงความรับผิดชอบอะไร บอกกับตนเพียงว่า หากอยากเอาเรื่องให้ไปฟ้องที่ศาลเอาเอง แล้วแบบนี้ความปลอดภัยต่อชาวบ้าน และความรับผิดชอบจะเรียกร้องได้ที่ใคร มาวันนี้ทุกคนก็ไม่กล้าออกไปหากิน แจ้งความแล้วจะเอาผิดได้หรือไม่
หลังชาวบ้านรวมตัวกันทางด้านนายณัฐพงศ์ โปละกะ ปลัดป้องกัน อำเภอมะนัง นายสมพร เกลี้ยงกลม กำนันตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง และ ได้ลงมารับทราบข้อร้องเรียนของชาวบ้าน และรับปากว่า จะเรียกเจ้าของช้างซึ่งเป็นของลูกชายผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 5 มานำช้างออกไป และแนะนำให้ชาวบ้านร้องเรียนไปตามขั้นตอนของศูนย์ดำรงธรรม
ขณะที่ชาวบ้านนำสื่อไปดูจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากจุดรวมตัวของชาวบ้านประมาณ 1 กิโลเมตรเพื่อดูร่องรอยที่ช้างตกมันและหลุดมาทำร้ายชาวบ้านบนถนนทางไปกรีดยางพารา พร้อมระบุว่า ขณะนี้ช้างตัวต้นเหตุยังอยู่ในป่าปาล์ม ซึ่งเป็นของคนไกลหมู่บ้านครึ่งเดือนถึงจะมาเก็บผลผลิตครั้งหนึ่ง ทำให้เจ้าของช้างยังคงผูกช้างไว้ในป่าแห่งนี้ และยังไม่มีการเคลื่อนย้ายช้างออกจากหมู่บ้านแต่อย่างใด ก็ยังสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านต่อไป