ชาวบ้านลุกฮือ! หลังใช้ รร.บ้านท่าจีน ทำจุดกักกลุ่มเสี่ยง หวั่นบุตรหลานติด และไม่เชื่อการควบคุมโรคของชุดท้องถิ่น

ภูมิภาค14 เม.ย. 2563 • 16:37 น.
ชาวบ้านลุกฮือ! หลังใช้ รร.บ้านท่าจีน ทำจุดกักกลุ่มเสี่ยง  หวั่นบุตรหลานติด และไม่เชื่อการควบคุมโรคของชุดท้องถิ่น
ชาวบ้านลุกฮือ! หลังใช้ รร.บ้านท่าจีน ทำจุดกักกลุ่มเสี่ยง หวั่นบุตรหลานติด และไม่เชื่อการควบคุมโรคของชุดท้องถิ่น ขณะที่รพ.สนามย่อยชุมชนยังคงเดินทางเตรียมสถานที่รับแรงงานกลับจากมาเลย์พร้อมกัน 18 เมษายน หลายร้อยคน ชาวบ้านท่าจีน หมู่ที่ 2 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล กว่า 30 คน เกิดความไม่สบายใจ หลังทราบว่าทางการได้ใช้โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านท่าจีน) เป็นสถานที่กักตัว กลุ่มเสี่ยงเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 18 เมษายนนี้ จึงนัดมารวมตัวกันที่เทศบาลตำบลคลองขุด เพื่อให้ทางการชี้แจงและ ให้เปลี่ยน ไปใช้สถานที่อื่น โดยชาวบ้านกังวลว่า จุดที่ทางการเลือกแม้จะหารือกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องที่ท้องถิ่นแล้ว หากไม่อยู่ในที่ลับตาคนกังวลว่าจะทำให้ลูกหลาน และคนในชุมชนติดเชื้อโควิด19 ได้ เพราะความไม่ไว้วางใจ แม้ทางการจะยืนยันว่ามีการตรวจรับรองสุขภาพเบื้องต้น และให้อยู่เฉพาะ คนในท้องที่ นี้เท่านั้นก็ตาม ทำให้เจ้าหน้าที่ทีมสาธารณสุขท้องถิ่น รวมทั้งกำนัน ผญบ.และนายอำเภอเมืองสตูล เร่งออกมาทำความเข้าใจในยามสถานการณ์บ้านเมือง ที่ต้องให้ทุกคนเห็นใจกัน และเชื่อมั่นทีมควบคุมโรคติดต่อในระดับอำเภอ นายประพันธ์ สุวรรณะ กำนันตำบลคลองขุด กล่าวว่า ขอให้ชาวบ้านเชื่อมั่น ในการควบคุมโรคของทีมท้องถิ่น ที่ไม่ยอมให้มีการแพร่ระบาดในหมู่บ้านได้ หากทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ โดยสถานที่เลือกเป็นโรงพยาบาลสนามย่อยชุมชน เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมควบคุมโรค สำหรับวันนี้สถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยง หรือ รพ.สนามย่อยชุมชน โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านท่าจีน ได้จัดเตรียมสถานที่เร่งติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างตามอาคาร และทำความสะอาดห้องพัก รวมทั้งห้องน้ำ พร้อมกั้นเป็นพื้นที่เขตห้ามเข้าเพื่อเตรียม พร้อมรองรับการเดินทาง เข้ามาของแรงงานไทยในมาเลเซีย ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ได้แจ้งมาให้จังหวัดต่าง ๆ ที่มีชายแดนทั่วประเทศว่า มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศจะเดินทางเข้ามาในวันที่ 18 เมษายน 2563 ซึ่งจังหวัดภาคใต้มีแรงงานไทยเดินทางผ่านด่านสุไงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส , ด่านเบตง จังหวัดยะลา , ด่านสะเดา จังหวัดสงขลา และ ด่านตำมะลัง กับ ด่านวังประจัน ของจังหวัดสตูล โดยจะเดินทางผ่านจังหวัดละ 100 คนต่อวัน สำหรับกลุ่มแรงงานที่จะเดินทางเข้าในในพื้นที่นั้น จะต้องมีใบรับรองแพทย์ ได้รับใบรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุล ประเทศมาเลเซีย และรายชื่อที่รับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ตอนนี้ได้กำหนดให้ทุกคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ก็จะต้องถูกนำไปกักตัวตามระบบ โดยอำเภอต่างจะมารับกลับไปกักตัวตามที่ทางการกำหนด เพื่อส่งต่อยังตำบลภูมิลำเนาดูแล ตามหลักการ “ลูกใครคนนั้นดูแล”