แจ้งจับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกตัดไม้เขตป่าสงวน

ภูมิภาค28 ม.ค. 2564 • 11:15 น.
แจ้งจับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกตัดไม้เขตป่าสงวน
นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส  และหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 3 ( พุยาง ) หอบหลักฐานแจ้งความตำรวจ สภ.ทุ่งหลวงดำเนินคดีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หลังให้กลุ่มพวกเข้าไปตัดไปไผ่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อ.จอมบึง ได้ของกลางเป็นไม้ไผ่รวม 157 มัด รถยนต์บรรทุกไม้ 1 คัน ในรถปรากฏปืนลูกซองห้านัดด้วย                  วันนี้( 28 ม.ค. 64 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส  และหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 3 ( พุยาง )   จ.ราชบุรี ได้หอบเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.บรรณสิทธิ์ ชัยนวล พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสุริยนต์ หรือ นายยนต์ อายุ 52 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ต.รางบัว อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี และเป็นเจ้าของรถยนต์รถบรรทุกทะเบียน  82-  3195  ราชบุรี และเป็นผู้จ้างวานตัดไม้ไผ่รวก                 หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้พบบุคคลเข้าไปตัดไม้ในเขตป่าสงวน 5 คน   ได้แก่ 1.นายสมพงศ์ อายุ 45 ปี   2.นายนภดล อายุ  34 ปี 3.  นายเลี้ยน อายุ 59 ปี  4.  นายบุญกอง อายุ 54 ปี  5.  นายประจวบ  อายุ  47 ปี เข้าไปตัดไม้ไผ่รวกบริเวณป่าบ้านหนองปากทาง หมู่ 6   ต.อ่างหิน อ.ปากท่อ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี พบของกลาง เป็นไม้ไผ่รวกหลายขนาดถูกรวมเป็นมัด ๆ นับได้ประมาณ 157 มัด ความยาว 2.50 เมตร มากกว่า 1,000 ลำ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้นำของกลางเป็นไม้ไผ่รวกไปไว้ที่ หน่วย รบ. 3 ( พุยาง ) อ.ปากท่อ เก็บไว้เป็นหลักฐานดำเนินคดี              นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส  และหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 3 (พุยาง)   จ.ราชบุรี   เปิดเผยว่า   ได้แบ่งงานให้เจ้าหน้าที่ไปลาดตระเวนป้องกันรักษาป่าพร้อมกับดูเรื่องสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ด้วย  ลาดตระเวนมี 3 นาย ถึงจุดเกิดเหตุพบรถบรรทุกไม้จอดอยู่ในป่า จึงเข้าตรวจสอบพบกลุ่มคนเข้ามาตัดไม้และบรรทุกไม้ในรถคันนี้ 5 คน จึงควบคุมตัวไว้   เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย ได้รายงานให้ตนเองทราบเรื่อง จึงรีบนำกำลังที่หน่วยมาเสริมมาถึงก็ช่วงเย็นแล้ว โดยก่อนหน้าที่จะมาถึงนั้น มีกลุ่มคนทราบว่าเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านหนองนกกระเรียน อ.จอมบึง  ได้ขับรถยนต์ปิกอัพเข้ามาที่จุดเกิดเหตุ  ทางผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หรือ ผู้ช่วยยนต์ ได้ถืออาวุธปืนลูกซองยาวลงไปพร้อมกับภรรยา  พอไปถึงไปสั่งให้กลุ่มคนที่ตัดไม้ทั้งหมดออกจากพื้นที่เกิดเหตุ ลักษณะเหมือนการชิงตัวผู้ต้องหา หลังจากที่เอาคนทั้ง 5 คนออกมาแล้ว ผู้ช่วยยนต์ได้ให้คนทั้ง 5 คน ขับรถปิ๊กอัพที่ตนเองนั้นขับมากับภรรยาให้ขับรถออกไป  ส่วนนายยนต์พร้อมภรรยา และอาวุธปืนลูกซองอีก 1 กระบอก ก็เข้าไปขับรถยนต์ที่บรรทุกไม้ไผ่รวกจากที่เกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่มีการบันทึกภาพนิ่งและคลิดวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน   ตนจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ขับรถติดตามไล่ไปจนถึงบริเวณหมู่ 10 ต.รางบัว อ.จอมบึง อยู่ในบริเวณบริษัทแห่งหนึ่ง ไปจอดพูดคุยกันพักหนึ่ง เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน แต่เขาไม่ยอมและพยายามไม่ให้เจ้าหน้าที่อยู่ใกล้ตัว  และไม่ให้ตรวจยึดรถบรรทุกไม้พร้อมปืนลูกซองด้วย จึงพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นานแต่ไม่สำเร็จ ผู้ช่วยยนต์ได้โทรศัพท์ไปตามญาติมาจากหมู่บ้าน โดยมีภรรยามาด้วย พร้อมชาวบ้านอีกหลายคนมาล้อมเจ้าหน้าที่ไว้ไม่ให้ใกล้ตัว หลังจากนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว ผู้ช่วยยนต์ได้ขึ้นไปนำไม้ไผ่ลงจากรถโดยมีกลุ่มคนกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้  พอนำไม้ลงเสร็จได้ขับรถบรรทุกพร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวออกไปจากที่เกิดเหตุ ขณะนั้นได้พยายามประสานศูนย์ 191 เพื่อขอกำลังมาเสริม แต่ด้วยเส้นทางเข้ายากลำบาก กว่ากำลังตำรวจหลายหน่วยจะเข้าไปถึงก็คลาดกับที่จังหวะที่นำรถออกไปสักพักหนึ่งแล้ว  ช่วงมืดค่ำแม้จะเกิดการปะทะไปก็จะไม่คุ้มจึงหลีกเลี่ยงพร้อมเก็บพยานหลักฐานทั้งจุดเกิดเหตุ  ทะเบียนรถ  บันทึกคลิปเสียงไว้ จากนั้นจึงไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.จอมบึง และมาดำเนินคดีพื้นที่เกิดเหตุที่ สภ.ทุ่งหลวง  ข้อหากระทำด้วยประการใด ๆ เกี่ยวกับป่าสงวนแห่งชาติ ผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484  พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.  2507  พระราชบัญญัติ(ฉบับที่ 4 ) พ.ศ.  2559 ที่แก้ไขเพิ่มเติม  มีการแจ้งความทุกมาตราที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พรบ.อาวุธที่พกพาเข้ามาในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ยึดไม้ไผ่รวกได้ประมาณ 1,570 ลำ  หรือ 157 มัด             จากการสืบทราบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนนี้  มีพฤติกรรมแบบนี้มาหลายครั้ง   คงจะยอมไม่ได้ ต้องปราบปรามกระบวนการนี้ให้ถึงที่สุด คาดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะออกหมายจับกุมคนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องหลังมีการแจ้งความ                ด้านนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอจอมบึง เปิดเผยว่า  มีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิด พรบ.ป่าไม้ ได้สอบถามไปยังผู้ปกครองท้องที่เบื้องต้นเพื่อจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องสำหรับเหตุครั้งนี้เกิดในพื้นที่ อ.ปากท่อ  แต่มีการตรวจติดตามและมายึดของกลางได้ที่เขต อ.จอมบึง   เบื้องต้นทราบว่ามีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเป็น พรบ.ป่าไม้ก็จะขาดคุณสมบัติ แต่ว่าถ้าอันนี้ การเป็นผู้ต้องหายังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิด ยังมีสิทธิ์ที่จะแก้ตัว  ต้องปรากฏทางข้อเท็จจริงทางการสอบสวน ซึ่งอำเภอจะตั้งกรรมการสอบสวนเบื้องต้น ถ้าพบก็จะสอบสวนทางวินัย เพื่อลงโทษตามกฎหมายต่อไปคือปลดออก