ญาติรับตัวชายใบ้ 2 พี่น้องกลับแล้ว หลังขับ จยย.คู่ชีพหลงทางถึงมหาสารคาม

ภูมิภาค12 มิ.ย. 2566 • 20:56 น.โดย สุพรรณ ศรชัย
ญาติรับตัวชายใบ้ 2 พี่น้องกลับแล้ว หลังขับ จยย.คู่ชีพหลงทางถึงมหาสารคาม

จากกรณีที่สื่อมวลชนสุรินทร์ ได้นำเสนอข่าวชายใบ้ 2 พี่น้องที่หายตัวจากบ้านนาวอง ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 10 มิย. 2566 ที่ผ่านมาตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น  

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่  12 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากนางลำไย ใจหาญ อายุ 52 ปี อยู่ ม.4 บ้านนาวอง ต.ไผ่  อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นพี่น้องกันกับชายใบ้ทั้ง 2 คน ที่หายตัวไปว่าได้พบตัว 2 พี่น้องแล้วและกำลังรับตัวพาเดินทางกลับบ้าน

หลังรับทราบข่าวผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านนาวอง ต.ไผ่ อีกครั้ง ซึ่งได้พบญาติพี่น้องอยู่ในบ้านจำนวนมาก ด้านนางลำไย ใจหาญ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้รับทราบข่าวจากนายสุวรรณ เขียววารี ผญ.บ้านไพรวัลย์ ม.10 ต.หนองคูขาด อ.บรบือ  จ.มหาสารคาม ซึ่งได้ทราบจากข่าวจากทีวีและสื่อต่างๆ จึงแน่ใจว่าใช่ 2 คนนี้ที่หายตัว ตามที่ญาติประกาศตามหาแน่นอน จึงเข้าให้การช่วยเหลือไว้ แล้วโทรแจ้งตนตามเบอร์โทรที่ให้ไว้ หลังตนทราบข่าวตนพร้อมด้วยนายฤทธิ์ ทองสม ส,อบต.นาวอง พร้อมญาติ ๆจำนวนหนึ่ง ได้ขับรถไปรับตัวกลับบ้าน ซึ่งเมื่อไปถึงได้พบชาวบ้านพร้อมผู้ใหญ่บ้านจำนานมากได้มาต้อนรับอย่างอบอุ่นตามธรรมเนียมของชาวอีสาน ขณะที่พี่น้องใบ้ทั้งสองเมื่อเห็นคณะญาติ ๆมารับ ก็แสดงความดีใจ รีบวิ่งมากอดแล้วร้องให้ มือไม้ก็ส่งสั เมื่อทั้ง 2 คนเห็นหน้าญาติๆ ได้วิ่งมายกมือไหว้พร้อมโอบกอดและร้องให้ ยกไม้ยกมือเหมือนว่าตนหมดหวังจะได้กลับบ้านแล้ว

ขณะมาถึงบ้านได้มีชาวบ้านญาติพี่น้องได้มารอเรียกขวัญโดยนำฝ้ายมาผูกแขนให้กับสองพี่น้องซึ่งรับปากว่าจะไม่ไปไหนอีก  ญาติๆ ถามว่าทำไมถึงไปถึง อ.บรบือ ทั้งคู่ตอบใช้ภาษาใบ้และใช้มือสื่อสาร พอเข้าใจได้ว่า ครั้งแรกไปการจุดดูบั้งไฟที่ อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด จนมืดค่ำจึงได้ขัยรถ จยย.คู่ชีพกลับบ้าน แต่หลงทางไปเรื่อย ๆ กลับบ้านไม่ถูก ต้องอาศัยพักนอนตามศาลาข้างทาง เช้ามาก็ขับรถไปเรื่อยๆ ทะเลาะกันไปด้วยเพราะเครียด กังวลกลัวจะหาทางกลับบ้านไม่ถูก ขณะที่เงินที่ติดตัวมาทั้งหมด 400 บาท ก็เหลืออยู่ 4 บาท เท่านั้น กระทั้งมาเช้าของวันที่สองรถน้ำมันหมดไม่มีเงินเติมน้ำมัน หิวก็หิว ได้แต่เดินจูงรถ จยย.ไปตามทางเรื่อย ๆ จนมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม นางลำไย ใจหาญ ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ได้ให้การช่วยเหลือ และขอขอบคุณพ่อสุวรรณ เขียววารี ผู้ใหญ่บ้านไพรวัลย์ พร้อมพี่น้องชาวบ้านที่ให้การช่วยเหลือและต้อนอย่างดี หากไม่มีชุมชนดี ๆ อย่างนี้ตนคิดว่าทั้งอาจหาทางกลับบ้านไม่เจอแน่นอน