ชาวบ้านดงมะไฟ ร้องผู้ว่าฯหนองบัวลำภู ประสานผู้มีอำนาจปิด-ฟื้นฟูเหมืองหินปูน
ที่ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ขอให้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์ฯ เพื่อให้มีคำสั่งปิดและฟื้นฟูเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) และโรงโม่หิน เนื่องจากราษฎรในพื้นที่มีความเดือดร้อนอย่างหนักจากการทำเหมืองหินปูนของบริษัทดังกล่าว โดยบริษัทมีความขัดแย้งกับราษฎรในพื้นที่มาตลอดกว่า 26 ปี โดยพื้นที่ในเขตประทานบัตรและพื้นที่โดยรอบ ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติ มีระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ และมีความหลายหลากทางชีวภาพเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นพื้นที่อารยธรรมโบราณคดีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาวสุวรรณคูหาและชาวหนองบัวลำภู ควรค่าแก่การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมของจังหวัดหนองบัวลำภูแทนการสัมปทานเหมืองแร่หินปูน และโรงโม่หิน
ชาวบ้านเดินไปที่ห้องผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มีเจ้าหน้าที่จังหวัดหนองบัวลำภูมายืนรอชาวบ้านอยู่ที่หน้าห้องและแจ้งว่า นายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูติดราชการไม่สามารถที่จะมารับหนังสือได้และได้มอบหมายให้ นายเวียงชัย แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นตัวแทนรับหนังสือจากชาวบ้าน พร้อมเปิดห้องประชุมพูดคุยเจรจาร่วมกับชาวบ้านไว้แล้ว
โดยชาวบ้านคนหนึ่ง กล่าวว่า “ชาวบ้านมายื่นหนังสือกี่ครั้งไม่เคยได้พบผู้ว่าฯสักครั้ง ไม่รู้ไปอยู่ไหน ราษฎรเดือดร้อนไม่ยอมมาพบ มีแต่หนีชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ร่วมกันถ่ายรูปเป็นหลักฐานยืนยันว่าได้มาหาผู้ว่าฯแล้ว แต่ผู้ว่าฯไม่อยู่ และได้มาที่ห้องประชุม เพื่อยื่นหนังสือและพูดคุยกับรองผู้ว่าฯแทน
ซึ่งชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้กล่าวกับนายเวียงชัยว่า “ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ได้คัดค้านการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินมาตลอด จนสูญเสียแกนนำชาวบ้านคัดค้านเหมืองแร่ไป 4 คน ชาวบ้านบางคนถูกใส่ร้ายป้ายสีถูกจับกุมในข้อหาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งสร้างความโศกเศร้าและคับแค้นใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยบริษัทก็ยังคงดำเนินกิจการทำเหมือง ระเบิดภูเขา และขนส่งแร่ บนความทุกข์ยากลำเค็ญของชาวบ้านเรื่อยมา และไม่เคยมีหน่วยงานไหนเจ้าหน้าที่คนใดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้เลย
ชาวบ้านยังกล่าวอีกว่า “26 ปี มันเพียงพอแล้วกับสัมปทานเหมืองหินที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านทุกข์ทรมานมานานกว่า 26 ปีแล้ว ชาวบ้านทนไม่ไหวแล้วและจะไม่ทนอีกต่อไป ต้องปิดเหมืองและฟื้นฟูภูเขาป่าไม้เท่านั้น และขอให้ทางจังหวัดได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกับชาวบ้านเพื่อมีคำสั่งปิดและฟื้นฟูเหมืองในวันที่ 13 ส.ค.63 ที่ ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู”
หลังจากได้รับหนังสือ นายเวียงัชย กล่าวกับชาวบ้านว่า “ทางจังหวัดจะทำการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ชาวบ้านได้ร้องขอมาให้ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ที่ทางจังหวัดสามารถทำให้ได้อยู่แล้ว แต่รับปากไม่ได้ว่าหน่วยงานทั้งหมดจะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งเขาจะมาหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จังหวัดรับประสานให้ได้”