ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาคดี น.ศ.รุ่นพี่ มทร.อีสาน รวม 24 คน ก่อเหตุรับน้องเสียชีวิต
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ส.ค.66 ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา นายวีระพันธุ์ บำขุนทด หัวหน้าสำนักงานกฎหมายเดอะพรีเมี่ยมอ็อฟบาร์ริสเตอร์พร้อมนายเอกชัย ชลภักดี และนางนิตญา ชลภักดี ผู้เป็นพ่อแม่ของนายพัสยศ หรือน้องเปรม ชลภักดี อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส.1 ชั้นปีที่ 1 สาขาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยนวัตกรรมอาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน นครราชสีมา ถูกรุ่นพี่ซึ่งเป็นนักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 2 สาขาและสถาบันการศึกษาเดียวกันร่วมทำร้ายร่างกายนายพัสยศ หรือน้องเปรมเป็นเหตุให้เสียชีวิต เหตุเกิดช่วงกลางคืนวันที่ 13 มีนาคม 2565 พื้นที่ ต.หนองระเวียง อ.เมือง เดินทางมาฟังการอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 0140/66 ความอาญา โดยมีโจทก์เป็นพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา ส่วนจำเลยคือนายสน นามสมมติกับพวกรวม 24 คน ได้มาฟังคำพิพากษาโดยพร้อมเพียงกัน
นายวีระพันธุ์ หน.สนง.กฎหมายเดอะพรีเมี่ยม เปิดเผยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-7 เป็นเวลา 4 ปี 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท จำเลยที่ 8 ถึง 24 เป็นเวลา 1 เดือน จำเลยทั้งหมดรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกจำเลยที่ 1-7 เป็นเวลา 2 ปี 15 วัน ปรับ 500 บาท รอการลงโทษ 2 ปี และให้รอการกำหนดโทษจำเลยที่ 8 ถึง 24 เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งศาลมีความเมตตาและให้โอกาสผู้กระทำผิดที่เป็นกลุ่มเยาวชนจึงให้รอการลงโทษและให้ครอบครัวผู้เสียหายรอรับเงินชดเชยค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดตามคดีความอาญา ขั้นตอนต่อไปทนายความจะดำเนินการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายในการฟ้องร้องคดีแพ่งกับผู้ปกครองของกลุ่มนักศึกษาที่กระทำผิด,มทร.อีสานและกระทรวงอุดมศึกษา โดยเรียกร้องให้รับผิดชอบชดเชยเยียวยาความเสียหายและความสูญเสีย รวมเป็นเงิน 4 ล้านบาท
นายเอกชัย พ่อของน้องเปรม เผยว่า ขอขอบคุณศาลที่ได้ให้ความยุติธรรม รวมทั้งขอบคุณสื่อมวลชน ทีมทนายความและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ความรู้สึกในใจลึกๆยังไม่สามารถทำใจยอมรับได้กับการสูญเสียลูกชาย แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็ต้องทำใจและสู้ต่อไป ขณะนี้ มทร.อีสาน ยังไม่ได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ที่สำคัญต้องป้องปรามไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป ควรเข้มงวดหรือทางออกที่ดีที่สุดคือยกเลิกกิจกรรมรับน้องใหม่