ร้อยเอ็ด ร่วมโต๊ะหารือสถานการณ์การผลิต-การตลาดสุกร ผ่าน "โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร"
วันที่ 13 ม.ค.65 นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้นายสนอง ดลประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนายปัญญา มูลคำกาเจริญ ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมประชุมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถานการณ์การผลิตและการตลาดสุกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมสนับสนุนผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย รายเล็ก ผ่าน"โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร" โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมฯ ดังกล่าว ณ หอประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถานการณ์การผลิตและการตลาดสุกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมสนับสนุนผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด 12 จังหวัด ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ปศุสัตว์จังหวัด ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัด ผู้นำภาคประชาชน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตลอดจนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าร่วม
รมช.ประภัตร เปิดเผยว่า จากการสำรวจและเก็บสถิติของกรมปศุสัตว์ แม่พันธุ์สุกร 1 ตัว สามารถผลิตลูกสุกรได้ 20 ตัว ซึ่งในปี 2563 พบว่าประเทศไทยมีแม่พันธุ์สุกร ประมาณ 1 ล้านตัว สามารถผลิตสุกรขุนออกสู่ตลาดได้ถึง 20 ล้านตัวต่อปี แต่ในปี 2564 พบว่าจำนวนแม่พันธุ์สุกรลดลง จากสาเหตุการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ทำให้มีการทำลายสุกรลง 272,000 ตัว ที่มีการบันทึกในระบบและขึ้นทะเบียนรับเงินช่วยเหลือสุกรที่ถูกทำลาย และนอกจากนี้ยังมีจำนวนสุกรที่ถูกทำลาย ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค หรือมีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับฟาร์มที่เป็นโรค ASF โดยไม่ได้แจ้งส่วนราชการและทำบันทึก เพื่อขอค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย ดังนั้น การที่ปริมาณแม่พันธุ์สุกรในประเทศลดลง จึงทำให้ผลผลิตลูกสุกรขุน และเนื้อสุกรสดมีแนวโน้มไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศ ราคาเนื้อสุกรจึงปรับตัวสูงขึ้นในระยะนี้
ภายหลังการชี้แจงข้อมูลและหารือร่วมกัน ของสถานการณ์การผลิต การตลาดสุกร วิธีการเลี้ยงสุกรในภาวะวิกฤติโรคระบาด และเรื่องเงินทุน จากธนาคาร ธ.ก.ส. เข้ามาสนับสนุน รมช.ประภัตร ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้หน่วยงานของทางจังหวัดเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ และสั่งการไปยังกรมปศุสัตว์ให้เข้าไปประเมินความเสี่ยงของพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อจัดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการส่งเสริม สนับสนุนการเลี้ยงสุกร รวมถึงให้หน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่ เร่งทำการสำรวจเกษตรกรที่ต้องการกลับมาเลี้ยงใหม่ และเกษตรกรที่เลี้ยงอยู่เดิม เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรด้านปศุสัตว์ และให้ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปดูแลเรื่องโรคระบาด และเเนะนำการยกระดับและปรับปรุงระบบการเลี้ยงภายใต้มาตรฐานฟาร์มแบบ Good Farming Management (GFM) "ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม" สำหรับในส่วนของเรื่องเงินทุน จะใช้แหล่งเงินกู้จากธนาคาร ธ.ก.ส. ภายใต้ “โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร” เข้ามาสนับสนุน เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ