ทหารไทยจับมือทหารเมียนมา ร่วมช่วยเรือบรรทุกสินค้ากลางทะเลอันดามัน เหตุเกิดปัญหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในเรือขัดข้อง
หน่วยประสานงานชายแดนพื้นที่ 6 ไทย-เมียนมา จังหวัดระนอง จับมือ ประธาน ประธาน TBC ฝ่ายเมียนมา-ไทย จ.เกาะสอง เร่งเข้าช่วยเหลือเรือบรรทุกสินค้า พัชรวดี11 และลูกเรือ 8 ชีวิต ภายหลังเรือได้เกิดปัญหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในเรือขัดข้อง กลางทะเลอันดามัน ไม่สามารถเดินทางไปประเทศบังคลาเทศก่อนมรสุมจะพัดเข้ามาในช่วงนี้
วันที่ 27 สิงหาคม 2566 พันเอกสุรศักดิ์ พึ่งแย้ม หน.นปพท.6 ได้เดินทางไปประชุมพบปะหารือกับ พ.อ.อ่าวแท๊ตอู้ ผบ.ยศ.จ.เกาะสอง (ผู้บัญชาการยุทธศาสตร์จังหวัดเกาะสอง) พร้อมด้วย จนท.ตม.เกาะสอง , จนท.เจ้าท่า จ.เกาะสอง , ตำรวจน้ำ จ.เกาะสอง และ จนท.ขนส่งทางน้ำ จ.เกาะสอง ณ ห้องประชุม ตม.จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา เพื่อส่งชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเรือ พร้อมช่างซ่อม จำนวน 4 นาย ลงเรือบรรทุกสินค้า พัชรวดี11 ที่มีลูกเรือ 8 คน ที่จอดเสียอยู่กลางทะเลอันดามัน ในเขตน่านน้ำของประเทศเมียนมา บริเวณพิกัดแลตติจูด 11 องศา 21 ลิปดาเหนือ ลองติจูด 97 องศา 59 ลิปดาตะวันออก จากเหตุการณ์ดังกล่าว ถือว่าทางเรือบรรทุกสินค้า ไม่มีเจตนาจะกระทำความผิดแต่อย่างใด ก่อนมีการตกลงและจับมือเพื่อความสัมพันธ์อันดี พร้อมส่งช่างซ่อมเข้าดำเนินการซ่อมเรือบรรทุกสินค้าทันที
สำหรับเรือบรรทุกสินค้า พัชรวดี11 ภายในเรือมีลูกเรือเป็นคนไทย จำนวน 8 คน ได้เดินทางมาจากอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย เพื่อเดินทางไปประเทศบังคลาเทศ แต่ระหว่างเดินทางอยู่นั้น เรือได้เกิดปัญหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในเรือขัดข้องและไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ เรือลำดังกล่าวได้ ภายหลังจากมีการประสานงานกันระหว่างประเทศในพื้นที่ ทางการเมียนมาได้ส่งเรือรบ หมายเลข 772 เข้าทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นทันที
โดยคณะหน่วยประสานงานชายแดนพื้นที่ 6 ไทย-เมียนมา จ.ระนอง ได้เดินทางไปยังพิกัดจอดเรือ และส่งทีมช่างเรือ จำนวน 4 คน ขึ้นเรือเพื่อทำภารกิจ เปลี่ยนอะไหล่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในเรือที่ขัดข้อง เมื่อดำเนินการซ่อมแล้วเสร็จ ให้นำเรือบรรทุกสินค้าออกจากพื้นที่ที่จอดทันที
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จะมีกำลังแรงขึ้น มีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม –วันที่ 3 กันยายน 2566 โดยคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน จะมีกําลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่ มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง 1–2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้า คะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มี ฝนฟ้าคะนอง สําหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย