“ทหารหญิง”เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม “ผบช.ภ.7” ลั่นคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหายโดยเร็ว

ภูมิภาค20 ส.ค. 2565 • 03:57 น.โดย ดุสิต ลิมปวัฒนากร
“ทหารหญิง”เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม “ผบช.ภ.7” ลั่นคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหายโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 65 พล.ต.ท.ธนายุตม์  วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้เดินทางที่ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อติดตามคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จ.ราชบุรี ซึ่งขณะนี้มีถึง 3 คดี ที่ยังไม่สามารถที่จะจับกุมคนร้าย โดยมี พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลในคดีต่างๆ ซึ่งมีทั้งคดีคนร้ายบุกชิงทองในห้างบิ๊กซี สาขาอ.บ้านโป่ง ในพื้นที่สภ.บ้านโป่ง เมื่อวันที่ 11 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ยังจับคนร้ายไม่ได้ เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงในผับชื่อ โรงเหล้าเพชรเกษม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 18 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ยังจับคนร้ายไม่ได้  แต่ได้ทำการออกหมายจับไปแล้ว และล่าสุดคดีตำรวจหญิงทำร้ายทหารหญิง ที่มารับใช้จนได้รับบาดเจ็บ  ซึ่งทั้งสามคดีนั้น ทางผบช.ภ.7 ได้ให้ทางตำรวจในพื้นที่ได้เร่งรัดติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว

โดยพล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้ยืนยันว่าทุกคดีที่เกิดขึ้นได้กระชับให้ตำรวจได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจ และสังคมก็จะไม่มีข้อกังขา รวมทั้งจะต้องไม่มีผู้มีอิทธิพล ซึ่งได้กำชับทางผู้บังคับการไปแล้วให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด  ส่วนที่หลายคนกังวลว่า การจะดำเนินคดีกับตำรวจหญิงที่ทำร้ายร่างกายทหารหญิงนั้น ว่าจะเต็มที่หรือไม่เพราะเป็นตำรวจด้วยกัน ก็ต้องบอกว่า ไม่ว่าใครที่ทำผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดี  โดยจะคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายโดยเร็ว ซึ่งได้กำชับไปยังพนักงานสอบสวนหากทำการสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จสิ้น และพบว่ามีความผิดในฐานใดบ้าง ก็เร่งดำเนินคดีออกทั้งหมายเรียก หรือหมายจับโดยทันที รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ด้วย

ต่อมาในช่วงค่ำ ส.ต. (หญิง) ทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย  พร้อมกับครอบครัวได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี เพื่อเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังเมื่อวานได้มีการสอบปากคำไปแล้วแต่ยังไม่ครบถ้วน สำหรับการสอบปากคำในครั้งนี้มี พ.ต.อ. เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี เป็นประธานในการสอบสวนในครั้งนี้ พร้อมทั้ง พ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี รรท. ผกก.สภ.เมืองราชบุรี  ทีมสหวิชาชีพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมการสอบปากคำในครั้งนี้โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะสอบปากคำให้เสร็จภายในคืนนี้เพื่อจะได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มาสอบสวนที่สภ.เมืองราชบุรี โดยเร็วที่สุด

ด้านนายแอ๊บ พี่ชายของส.ต.(หญิง) หรือเอ เปิดเผยว่า น้องสาวทักเฟสว่าคิดถึง อยากกลับบ้าน ตนก็บอกว่าก็กลับมา หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยต่อ ต่อมา เอ ก็ได้โทรไปเล่าให้น้องสาวฟัง รุ่งเช้าน้องสาวจึงได้โทรมาเล่าให้ฟังว่า เอ ถูกทำร้ายร่างกายโดนขู่ โดนตี โดนซ้อม มันจะฆ่าตัวตายแล้ว ตนก็เลย ติดต่อไปหาป้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน จนช่วงสายๆ เอ ก็ได้ทักแชทมาว่า สะดวกคุยไหม ยุ่งอยู่ไหม ตนก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะไม่เคยทักคุยเรื่องส่วนตัว ตนเห็นว่ามีน้องมีหน้าที่การงานที่ดีแล้วก็ไม่ได้ถามอะไรกันมาก แต่ตนก็รู้สึกเอะใจว่าทำไมทักมาแปลกๆ จึงได้บอกว่าเดี๋ยวติดต่อกลับไป ก่อนที่จะใช้โทรศัพท์ของแฟนไปอัดคลิปเสียงที่คุยกับน้อง ประมาณ 3-4 นาที ก็ต้องวางเพราะนายโทรเข้ามา จึงต้องวางสายแล้ว  วันรุ่งขึ้นตนก็ไม่รู้ว่าแม่ได้ไปหาเอ แล้วน้องสาวอีกคน ก็ทักมาบอกว่าแม่และน้องไปหาพี่เอนะ ก่อนที่จะส่งรูปที่ถูกทำร้ายมาให้ดู ตนก็ตกใจ ตอนแรกตนก็ยังไม่ได้เชื่อ 100 % ว่าน้องจะโดนจริง ตนก็คิดว่านายเขาเอ็นดู ให้หน้าที่การงาน เหมือนรักเขา  จนมาเห็นรูป ก็เลยคุยกับแฟนว่า เอ โดนทำร้ายจริงๆ หลังจากนั้นตนก็กลับมาบ้านคุยกับแม่ว่าจะทำไงถ้าไปเอาน้องมาก็จะต้องเอาตำรวจไปด้วย พร้อมเงินที่ไปปิดยอดกู้สหกรณ์ 70,000+21,500 รวมเป็น 97,500 ที่จะไปไถ่ตัวน้อง หรือไม่ก็โทรหาน้องใช้จังหวะช่วงเผลอ ๆ ก็ให้เดินขึ้นรถมาเลย  ตอนนั้นที่เห็นสภาพร่างกายน้องที่ถูกทำร้ายก็รู้สึกโมโห แค้น  อยากจะเข้าไปซัด คนทำ ส่วนเรื่องคดีก็ขอคุยกับทางเจ้าหน้าที่ก่อนว่าคดีเป็นอย่างไร ส่วนตัวเองก็อยากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนเรื่องคนที่อ้างว่าเป็นภรรยาของ สว.นั้น ตนไม่ทราบและไม่เคยคุยกับน้องเรื่องนี้