ดันสุดแรง “โคราชจีโอพาร์ค” ซักซ้อมเตรียมตรวจประเมินอุทยานธรณีโลก ขึ้นชั้นดินแดน 3 มงกุฎยูเนสโก เป็นแห่งแรกของไทยและประเทศที่ 4 ของโลก ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้จากท่องเที่ยวยั่งยืน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ธันวาคม ที่อาคารสิรินธร สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (มร.นม.) นายสมชาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการพัฒนาอุทยานธรณี ” โดยมีคณะผู้เชี่ยวชาญเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศญี่ปุ่น (Japanese Geopark Network) และกลุ่มประเทศ CLMV ประกอบด้วยกัมพูชา,ลาว,พม่าและเวียดนาม ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ เสริมสร้างเทคนิค แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อคิดเห็นและลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติการประเมินภาคสนามที่สถาบันไม้กลายเป็นหิน ฯ ประสาทหินพนมวัน อ.เมือง โรงเรียนท่าช้างราษฎร์บำรุง พื้นที่บ่อทราย เส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรณี อ.เฉลิมพระเกียรติ แหล่งหินตัด ชุมชนเขายายเที่ยง ถ้ำวัดเขาจันทร์งาม อ.สีคิ้ว รวม 2 วัน เพื่อเตรียมการจัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค (APGN Symposium) และปรับปรุงกระบวนการให้มีมาตรฐานพร้อมเข้ารับการตรวจประเมินอุทยานธรณีโลกและประเมินซ้ำในปี พ.ศ 2563-64
ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ฯ เปิดเผยว่า “ โคราชจีโอพาร์ค ” เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง อาณาเขต 3,167 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เมือง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ มีภูมิประเทศ เขาเควสตา (เขาอีโต้) และฟอสซิล 3 ยุค คือ ยุคครีเทเซียส ( 110 ล้านปี) ยุคนีโอจีน (16-2.6 ล้านปี) และยุคควอเทอร์นารี (2.6-0.01 ล้านปี ) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนออุทยานธรณีโคราชเข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกขององค์การยูเนสโก
ผศ.ดร.ประเทือง ฯ กล่าว ก่อนหน้านี้ จ.นครราชสีมา มีแหล่งท่องเที่ยวได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก จำนวน 2 แห่ง คือ ผืนป่ามรดกโลกแห่งที่ 5 ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และ พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช อ.วังน้ำเขียว เหลือเพียงอุทยานธรณีโคราชหรือโคราชจีโอพาร์ค ที่ผ่านมาในรอบ 20 ปี นักวิจัยทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้ค้นพบซากฟอสซิลที่มีความหลากหลายทางบรรพชีวินอย่างต่อเนื่อง เช่นช้างดึกดำบรรพ์ หนูโบราณ จระเข้โบราณ ไดโนเสาร์และไม้กลายเป็นหินหลายหมื่นชิ้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พย. ที่ผ่านมา ค้นพบ ซากฟอสซิลอายุ 115 ล้านปี “ สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ ติ ” ไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 8 เมตร ตัวที่ 12 ของประเทศไทย ทั้งนี้หากอุทยานธรณีโคราชได้รับรองเป็นอุทยานธรณีจะทำให้ จ.นครราชสีมา เป็น “ UNESCO Triple Crown ” หรือดินแดน 3 มงกุฎยูเนสโก เป็นประเทศที่ 4 ของโลก ต่อจากอิตาลี เกาหลีใต้ และจีน คุณค่าเหล่านี้ส่งผลให้ประเทศไทยและจังหวัดนครราชสีมา เราสามารถใช้แบรนด์ยูเนสโกในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานระดับสากล รวมทั้งยูเนสโกยังช่วยประชาสัมพันธ์ให้อีก ส่งผลต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาและประเทศไทย โดยใช้เส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วงรอบ “เขาใหญ่-สะแกราช-ท่าช้าง-ท้าวสุรนารี-ศรีจนาศะ และขอม-เควสตา เขายายเที่ยงหรือภูผาสูง สามารถลดความเหลื่อมล้ำ ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความสุขอย่างยั่งยืน