เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้พะยูง 17 ท่อนซ่อนในสวนยางมูลค่ากว่า 4 แสน
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.1 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า มีผู้ลักลอบนำไม้พะยูงตัดเป็นท่อนจำนวนมากมากองทิ้งไว้รอการขนย้ายอยู่ภายในบริเวณสวนยางพารา บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือบ้านอาวอก หมู่ 7 ต.ขอนแตก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร สภ.สังขะ,เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชปส. ร้อย ตชด. 214 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสังขะ เดินทางเข้าตรวจสอบไม้พะยูง ในพื้นที่ดังกล่าว
เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ถึงบริเวณที่ได้รับแจ้ง ได้ร่วมกันตรวจสอบทีบริเวณหน้ากระท่อม พบไม้พะยูงท่อนวางอยู่ จำนวน 17 ท่อน ตรวจสอบเป็นไม้พะยูง ลักษณะใหม่ ร่องรอยถูกกตัดโดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์ และเลื่อยมือตรวจที่หน้าตัดของไม้ไม่พบรูปรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ประทับไว้แต่อย่างใด
จากนั้นได้ประสานงานกับนายอนุวัฒน์ ประทุมมา กำนันตำบลณรงค์ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ และนางสำลี แต้มทอง ผู้ใหญ่บ้านอาวอก หมู่ที่ 7 ตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ สอบถามนายอนุวัฒน์ และนางสำลี ทราบว่า พื้นที่สวนยางพาราที่เกิดเหตุเป็นของนางสุม อยู่บ้านหนองเทพ หมู่ที่ 9 ตำบลณรงค์ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ แต่พื้นที่สวนยางพาราตั้งอยู่ในเขตปกครองของบ้านอาวอก หมู่ที่ 7 ตำบลอาวอก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ คณะเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อเจ้าของสวนยางพารา
โดยมีนางสาวอภิญญา อายุ 28 ปี อยู่หมู่ที่ 6 บ้านรัฐราษฎร์พัฒนา ตำบลณรงค์ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ มาแสดงตัวว่าเป็นลูกสะใภ้ของนางสุม และเป็นผู้ดูแลสวนยางพารา ดังกล่าว สอบถามถึงไม้พะยูงที่กองอยู่บริเวณหน้ากระท่อมภายในสวนยางพารา นางสาวอภิญญา ให้การว่าไม่ทราบว่าผู้ใดนำมาเก็บไว้ ซึ่งตนไม่ได้เข้ามาที่สวนยางพาราทุกวัน คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบตอไม้พะยูงในบริเวณใกล้เคียงแต่อย่างใด คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม้พะยูง จำนวน 17 ท่อน ที่ตรวจพบไม่สามารถตรวจสอบที่มาของไม้ได้ ประกอบกับไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 ลำดับที่ 161 และเห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484
จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไม้พะยูง จำนวน 17 ท่อน ปริมาตร 1.69 ลูกบาศก์เมตร ค่าภาคหลวง 135.20 บาทมูลค่าความเสียหาย 422.500 บาท ไว้เป็นของกลางในการกระทำผิด ได้มอบเหตุการณที่เกิดขึ้นให้
ด้าน นายเสริม ทองจันทร์ พนักงานพิทักษ์ ส3 เป็นผู้นำเรื่องราวเข้าร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ ภูธรสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์และได้ใช้ดวงตรา ตีประทับไว้ที่หน้าตัดของไม้ทุกท่อน ส่วนไม้ของกลางการกระทำผิดได้ขออนุญาตพนักงานสอบสวน สภ.สังขะ เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ที่นำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.1 ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ตามระเบียบต่อไป