จับขบวนการมอดไม้ลักลอบตัดในพื้นที่ป่า อ.เชียงดาว พบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมไม้แปรรูปจำนวนหนึ่ง

ภูมิภาค13 พ.ย. 2564 • 03:23 น.โดย ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน
 จับขบวนการมอดไม้ลักลอบตัดในพื้นที่ป่า อ.เชียงดาว พบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมไม้แปรรูปจำนวนหนึ่ง
เมื่อ วันที่ 11-12 พ.ย. 63 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำนวยการโดย นายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของอุทยานแห่งชาติศรีลานนาทุกหน่วย ออกตรวจลาดตระเวนป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ในพื้นที่เสี่ยงต่อการลักลอบทำไม้มีค่าในพื้นที่อย่างเข้มข้น ศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา (WFC) ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ “NCAPS”  (Network Centric Anti Poaching System) ตรวจพบชายคนหนึ่ง กำลังเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่า บริเวณป่าห้วยแม่ยึ่งน้อย ท้องที่ หมู่ 5ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จึงได้ประกอบกำลังเข้าทำการตรวจสอบ ต่อมา เวลา ๑๓.๓๗ น. ได้รับการแจ้งเตือนจากกล้อง “NCAPS” พบชายคนเดิม กำลังชักลากไม้มาตามเส้นทางในป่าบริเวณดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการดักซุ่มเฝ้าระวังจับกุมตัวชายดังกล่าว บริเวณพิกัด 47 Q ๐๕๐๔๔๖๑ UTM ๒๑๓๕๙๙๔ ดักซุ่มอยู่เป็นเวลานาน จนถึง เวลา 21.20 น. พบบุคคลทำการชักลากไม้โดยใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คน และแบกไม้ จำนวน 1คน มาถึงจุดที่กำลังดักซุ่ม เจ้าหน้าที่ จึงได้แสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ ชายทั้งสองอาศัยความมืดพยายามวิ่งหลบหนี สามารถหลบหนีไปได้ 1 คน และสามารถจับกุมได้ จำนวน 1 คน ต่อมา ทราบชื่อภายหลังว่า นายยอสะ จะศรี อายุ 38 ปีบ้านเลขที่ 918/ช หมู่ 5 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีม 126สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมไม้ยมหอมแปรรูป จำนวน 6 แผ่น/ชิ้น และไม้จำปีป่าแปรรูป จำนวน 2 แผ่น/ชิ้น อยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ สอบสวน นายยอสะ ให้การว่าตนได้เข้ามาชักลากไม้แปรรูป ร่วมกับนายดำ ไม่ทราบนามสกุล โดยได้รับการว่าจ้างจาก นายใจ ไม่ทราบนามสกุล ในราคา แผ่นละ 200 บาท ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้ว การกระทำดังกล่าว ของนายยอสะฯ เป็นการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484มาตรา 11 ฐานร่วมกันทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 48ฐานร่วมกันแปรรูปไม้ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507มาตรา 14 ฐานร่วมกันทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ, พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19(2) ฐานร่วมกันเก็บหานำออกไปกระทำเพื่อการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ จึงได้ร่วมกันตรวจยึด ไม้ยมหอมแปรรูป (ไม้หวงห้ามลำดับที่ 121) จำนวน 6 แผ่น/ชิ้น ปริมาตร ๐.๐72 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 1,440 บาท, ไม้จำปีป่าแปรรูป (ไม้หวงห้ามลำดับที่ 45) จำนวน 2แผ่น/ชิ้น ปริมาตร ๐.๐42 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 840บาท และร่วมกันจับกุม นายยอสะ จะศรี พร้อมอุปกรณ์ของกลางรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวที่ใช้ในการกระทำผิด รวบรวมเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง นำเรื่องราวแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตามกฎหมายต่อไป ต่อมา นายยอสะ จะศรี ผู้ต้องหา ได้ให้การซัดทอดถึงตัวผู้ว่าจ้างให้ชักลากและผู้ร่วมชักลากไม้ที่หลบหนีไปได้ คณะเจ้าหน้าที่ จึงได้ร่วมกันขยายผลเข้าทำการตรวจค้นบ้าน นายแดง ปู่ยี่ บ้านเลขที่ 108 หมู่ 5 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรวจพบไม้ยมหอมแปรรูป ติดอำพรางไว้บริเวณโรงรถ ซึ่งไม้ดังกล่าวมีลักษณะสดใหม่ และนายแดง ปู่ยี่ แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของไม้ดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึดไม้ยมหอมแปรรูป (ไม้หวงห้ามลำดับที่ 121) รวมจำนวน 60แผ่น/ชิ้น ปริมาตร 0.936 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 18,720 บาท ก่อนจะควบคุมตัวนายแดง ไปดำเนินคดีตามกฏหมายที่ สภ.เชียงดาว