ตร.พัทยาเผยไม่เคยมีการเคลียร์ผู้บริหารผับดัง ยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ภูมิภาค23 ต.ค. 2565 • 23:57 น.
ตร.พัทยาเผยไม่เคยมีการเคลียร์ผู้บริหารผับดัง  ยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

จากกรณีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดชลบุรีพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบภาคสอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา บุกเข้าจับกุมผับดังในพัทยา โดยพบนักเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 200 คน ระหว่างนั้นมีชายเข้ามาโวยวายขัดขวางอ้างเคลียร์ไปหมดแล้วและรู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่ ทำให้นักเที่ยวหลบหนีเพื่อเลี่ยงการตรวจปัสสาวะออกจากตัวผับไป ทิ้งไว้เพียงอุปกรณ์การเสพยาเสพติด เมื่อเวลา 03.00 น.ที่ผ่านมา ในภายหลังทางผู้บริหารได้ออกมาขอโทษ กับเหตุการที่เกิดขึ้นเพราะความเมา ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดพล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.เกริกฤทธิ์ สายวรรณะ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา ได้เข้าตรวจสอบผับดัง ริมถนนเพชรตระกูล ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขต ตั้งด่านตรวจสอบ สิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ บนถนนเส้นเพชรตระกูล ด้านหน้าสถานบันเทิงดังกล่าว พบว่าปิดให้บริการ ตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน หลังจากถูกจับกุม จนเป็นกระแสโด่งดังไปเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาถึง 4 ข้อกล่าวหา ส่งดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย

พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.สุรจิต  กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่จะไปเคลียร์ไม่ให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง เข้าตรวจค้น ตรวจจับ ในเรื่องของสถานบันเทิง สถานประกอบการต่างๆ ไม่สามารถทำได้ เพราะเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ได้กำชับมาต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่สามารถที่จะไปทำนอกเหนือ นอกกรอบของกฎหมายได้ ซึ่งสิ่งที่เจ้าของสถานบริการเข้าใจนั้น ถูกหลอกลวง ถูกแอบอ้างทั้งสิ้น ยืนยันว่าจะต้องดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ ในเรื่องของการเปิดสถานบริการ ป้องกันไม่ให้เยาวชน อาวุธปืน ยาเสพติด รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด เข้าไปแพร่ระบาดในสถานบริการ รวมถึงไม่มีการให้เปิดสถานบริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกเขตออกตรวจอย่างเคร่งครัช

ส่วนด่านความมั่นคงที่ตั้งบริเวณด้านหน้า คลับวัน พัทยา นั้นหวังจะป้องปรามสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยสุ่มตรวจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่ขับขี่ ผ่านมาบนถนนเส้นดังกล่าว เพื่อเป็นการกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่เมืองพัทยาด้วย