โชว์หลักฐาน จับ-ล่อซื้อยา
"บิ๊กใหม่"โชว์หลักฐานบันทึกการจับกุม-ภาพล่อซื้อยาเสพติดเหยื่อ"ผกก.โจ้" ระบุของกลางเป็นยาบ้าและไอซ์ พร้อมแจงปมลงบันทึกล่าช้า ยันไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ เผยตัวละครอาจมีมากถึง 13-15 คน เตรียมขยายผลต่อ เผยคนขับพาผกก.โจ้มอบตัว เป็นอดีตขรก.ยันไม่ได้ให้ที่พักพิงช่วยเหลือ ขณะที่"สิระ"จี้ "ผบ.ตร" ต้องมาแจงคดี "ผกก.โจ้"ด้วยตัวเอง 2 ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 29 ส.ค.64 ที่ บก.ภ.จว.นครสวรรค์ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าทีมคลี่คลายคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือโจ้ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาคดีใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติดจนเสียชีวิตใน สภ.เมืองนครสวรรค์ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลตำรวจควบคุมตัวนายนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ผู้เสียชีวิต มาที่โรงพักเมืองนครสวรรค์ เพื่อขยายผลจากการล่อซื้อ เนื่องจากมีหลักฐานเป็นบันทึกประจำวัน หลักฐานเงินล่อซื้อ และยาเสพติดของกลางเป็นยาบ้าจำนวนหนึ่ง และไอซ์ 3 กรัม ซึ่งเป็นการทำตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ยาเสพติด จึงน่าเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำโดยชอบ ส่วนที่ 2 คือตำรวจชุดล่อซื้อยาเสพติด และนำตัวไปขยายผล ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ส่วน โดยส่วนนี้อยู่ระหว่างการหาพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ และส่วนที่ 2 คือการขยายผลที่นำถุงดำมาคลุมศีรษะผู้ตาย เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เป็นความผิดชัดเจน ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว
"แต่มีตัวละครที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมขึ้นมามากกว่า 7 คน โดยอยู่ในจำนวน 13-15 ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลต่อ แต่จะเป็นคนละข้อหากับผู้กำกับโจ้และพวก และถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ล่อซื้อตามกฎหมาย ไม่มีการหน่วงเหนี่ยวกักขัง โดยมีหลักฐานเป็นบันทึกประจำวันที่ลงไว้ในสมุดรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี" พล.ต.อ.สุชาติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น รอง ผบ.ตร. ได้ให้ตำรวจนำบันทึกประจำวันมาให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ เพื่อยืนยันว่ามีอยู่จริง ไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ และมีการลงในระบบของตำรวจ โดยในบันทึกประจำวัน ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2564 เวลา 20.00 น. โดยมีรายละเอียดคือ ร.ต.อ.สมยศ คล้ายนาค รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองนครสวรรค์ แจ้งว่า ได้นำธนบัตรรัฐบาลไทย ฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 64 ฉบับ รวมเป็นเงิน 64,000 บาท ไปล่อซื้อยาเสพติดไอซ์จากนายมาวิน ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ โดยในบันทึกได้ระบุหมายเลขธนบัตรทั้ง 64 ฉบับ เอาไว้ด้วย
รอง ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเกิดเหตุต่างคนต่างตกใจ หลบหนีไป จึงไม่ได้นำบันทึกนี้เข้ากระบวนการเหมือนกรณีทั่วไป ทำให้เราเพิ่งพบ แต่ยืนยันได้ว่าสำเนาประจำวันที่ให้ดูนั้นเป็นของจริงที่ไม่สามารถลงย้อนหลังได้ นอกจากนี้ในการล่อซื้อยังได้ของกลางเป็นยาบ้าส่วนหนึ่ง และไอซ์ 3 กรัม ส่วนข้อสงสัยที่ว่าระหว่างจับกุมพร้อมของกลาง ทำไมตำรวจถึงไม่ดำเนินคดีกับภรรยาผู้เสียชีวิต เนื่องจากตัวภรรยาไม่พบหลักฐานว่ามีส่วนรู้เห็นกับการล่อซื้อ แต่ถ้าภายหลังพบหลักฐานก็สามารถเรียกสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ โดยภรรยาผู้เสียชีวิตให้การว่าสามีบอกว่าจะพาไปทำหน้า ไม่ได้บอกว่าจะไปค้ายาเสพติด
"ส่วนกรณีคนที่พา พ.ต.อ.ธิติสรรค์ไปมอบตัวที่ สภ.แสนสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบแล้วทราบว่าเป็นอดีตข้าราชการ ซึ่งให้การว่าไม่ได้ให้ที่พักพิงและช่วยเหลือ แต่ได้แนะนำให้ผู้ต้องหามามอบตัว ซึ่งทางตำรวจไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดตัวบุคคล ส่วนเรื่องคลิปกล้องวงจรปิดที่หลุดออกไป เรื่องเกิดจากความขัดแย้งของคนในหน่วยงาน ยืนยันว่าคลิปดังกล่าวมีปรากฏอยู่ในพนักงานสืบสวนสอบสวนตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แต่สาเหตุเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้บอกตั้งแต่แรก เพราะเป็นการปกปิดไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหลบหนีหรือทำลายพยานหลักฐาน" รองผบ.ตร. กล่าวย้ำ
วันเดียวกัน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคดี "ผู้กำกับโจ้" พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ว่า ในวันที่ 2 ก.ย.นี้ ทาง กมธ.กฎหมายจะเชิญ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาชี้แจงในเรื่อง ซึ่งตนเห็นว่าพล.ต.อ.สุวัฒน์สมควรจะมาชี้แจงด้วยตัวเอง เพราะเป็นคนนำการแถลงและพูดคุยกับผู้ต้องหาอย่างเป็นกันเอง เพราะฉะนั้นท่านน่าจะตอบคำถามได้ทุกข้อ วันนี้ความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)แทบจะล่มสลายแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของพล.ต.อ.สุวัฒน์ในฐานะผู้นำสูงสุดที่จะต้องกอบกู้วิกฤติศรัทธากลับคืนมา และคดีนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนที่ถูกกระทำ จะได้รับความยุติธรรมหรือไม่