“แสงสว่างปลายอุโมงค์” วอล์คกิ้งสตรีท เตรียมเปิดบริการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง!

ภูมิภาค2 พ.ค. 2565 • 05:54 น.โดย ชัยยศ ผู้พัฒนพงษ์
“แสงสว่างปลายอุโมงค์” วอล์คกิ้งสตรีท เตรียมเปิดบริการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง!
“แสงสว่างปลายอุโมงค์” วอล์คกิ้งสตรีท เตรียมเปิดบริการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ผู้ประกอบการยิ้มร่าหลังรัฐผ่อนปรนมาตรการรับนักท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว เชื่อคึกคักเหมือนก่อนโควิด-19 ระบาด เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลังจากที่โครงการถนนคนเดินวอล์คกิ้งสตรีท พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จักเป็นอย่างดีว่า เป็นถนนที่รวบรวมเอาสถานบันเทิงเกือบทุกประเภทไว้รวมกัน เหมาะกับบรรดานักท่องเที่ยวที่ชอบท่องราตรี ที่อยู่ใจกลางเมืองพัทยา สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองพัทยาแห่งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาถือว่าสร้างเม็ดเงินและรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประเทศและเมืองพัทยาปีละนับหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในอดีตก่อนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนในเมืองพัทยา หากไม่ได้มาเดินย่ำราตรีที่ถนนวอล์คกิ้งสตรีทก็คงถือว่ามาไม่ถึงเมืองพัทยาอย่างที่เค้าว่ากัน แต่พบว่าเมื่อช่วงต้นปี 2563 ประเทศไทยเริ่มเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นวงกว้างไปทั่วประเทศ รัฐบาลได้มีการออกมาตรการคุมเข้มในการป้องกันอย่างจริงจัง ส่งผลให้ธุรกิจสถานบันเทิงต่างๆ ที่มีการท่องเที่ยวแบบแออัด ชุมนุมกันเป็นจำนวนมากก็อาจจะเป็นตัวกลางในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ จึงทำให้มีคำสั่งให้ระงับการเปิดให้บริการอย่างไม่มีกำหนด กรณีนี้สส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องรับผลกระทบตามๆ กัน หลายธุรกิจจำเป็นต้องปิดตัวลงด้วยไม่สามารถแบกภาระต้นทุนค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าสถานที่ แรงงาน และอื่นๆ เป็นเหตุให้ความคึกคักด้านการท่องเที่ยวของถนนวอล์คกิ้งสตรีท แหล่งรวมสถานบันเทิงชั้นนำของเมืองพัทยาต้องปิดตัวลง กลายเป็นโครงการที่มีแต่ความเงียบเหงา พร้อมป้ายปิดกิจการ เซ้ง ขายทอดตลาด สร้างความหดหู่และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตลอดระเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุด ความหวังของพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ส่องประกายขึ้นอีกครั้ง ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั่วโลกและในประเทศเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น อีกทั้งรัฐบาลไทยเตรียมมีการประเทศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ที่สำคัญในวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมาใน ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ได้มีมติปรับโซนคุมโควิด-19 แต่ละพื้นที่ใหม่ ให้ดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ไม่เกิน 24.00 น. และยกเลิกมาตรการคุมเข้มของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยจากระบบเดิมที่มีขั้นตอนยุ่งยากทั้งการกักตัว การตรวจแบบ RT-PCR ที่มีค่าใช้จ่ายสูง และการกำหนดพื้นที่ท่องเที่ยว ให้เปลี่ยนเป็นการเดินทางเข้าในรูปแบบของ Test & Go ที่ไม่ต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิด ด้วยวิธี RT-PCR แต่จะใช้วิธีคัดกรองแบบ ATK เท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกรวดเร็วแก่นักท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ อาทิ อินเดีย เวียดนาม และพื้นที่ภูมิภาคใกล้เคียงส่งสัญญาณติดต่อประสานงานการเดินทางเข้ามามากขึ้น กรณีนี้ถือว่าเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศและเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ด้วยประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้อันดับต้นในการนำเงินตราเข้าสู่ประเทศ ที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ โดยวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวัน D-Day เริ่มมาตรการผ่อนคลายอย่างเป็นทางการ จึงถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับธุรกิจสถานบันเทิงเมืองพัทยา ที่จะกลับมาต่อลมหายใจอีกครั้ง ปัจจุบันผู้ประกอบการสถานบันในถนนวอล์คกิ้งสตรีทต่างมีการเตรียมความพร้อมที่จะกลับมาให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้การให้บริการทีต้องมีการปรับตัวทั้งเรื่องของเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการป้องกันการแพร่บาดโควิด-19 ที่ผู้ประกอบการจะต้องมีการจัดโต๊ะแบบเว้นระยะห่าง การตรวจ ATK พนัก งานและผู้มาใช้บริการเพื่อให้ถนนวอล์คกิ้งสตรีทกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง นางอำพร แก้วแสง ผู้บริหารร้านเดอะสโตนเฮาส์วอล์คกิ้งสตรีทพัทยา เปิดเผยถึงความพร้อมกลับมาเปิดให้บริการสถานบันเทิงในถนนวอล์คกิ้งสตรีทพัทยาใต้ ว่าขณะนี้ผู้ประกอบการมีความพร้อมที่จะกลับมาเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบวิถีใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการได้ตั้งหน้าตั้งตารอมานานกว่า 2 ปีแล้ว ที่จะเห็นถนนวอล์คกิ้งสตรีทจะกลับมาคึกคักเหมือนช่วงก่อนที่ไม่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกครั้ง ทั้งนี้การกลับมาเปิดให้บริการนั้นก็เพื่อสร้างรายได้และให้พนักงานได้มีงานทำ หลังจากที่ต้องปิดกิจการด้วยผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปผู้ประกอบมีรายได้เป็นศูนย์ พนักงานตกงาน แต่ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ มายาวนานเพื่อประครองธุรกิจรอวันการกลับมาเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลได้มีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจและให้ธุรกิจท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไปได้ ผู้ประกอบการสถานบันเทิงวอล์คกิ้งสตรีทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการประชุมหารือในการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยังถนนวอล์คกิ้งสตรีทได้เกิดความมั่นใจเชื่อมั่นในการให้บริการและความปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 หลังจากที่มีการเปิดถนนวอล์คกิ้งสตรีท เพื่อให้ถนนวอล์คกิ้งสตรีทกลับมาฟื้นตัวและกลับมาคึกคลื้นอีกครั้ง ในการกลับมาฟื้นคืนชีพ โดยผู้ประกอบการได้มีการเตรียมมาตรการในการให้บริการนักท่องเที่ยว ภายใต้รูปแบบ New Normal ทั้งการตรวจATK การเว้นระยะห่าง การทำความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสบ่อย พนักงานให้บริการต้องสวมใส่ถุงมือ เป็นต้น ซึ่งการกลับมาเปิดให้บริการในครั้งนี้ทุกอย่างภายในร้านจะมีการปรับรูปแบบใหม่หมด เพื่อสร้างความมเชื่อมั่นในการป้องกันโรคให้กับผู้ใช้บริการ ทั้งนี้เชื่อว่าการกลับมาของการเปิดถนนวอล์คกิ้งสตรีทในครั้งนี้จะกลับมาคึกคักอย่างแน่นอน “ผู้ประกอบการรอมานานกว่า 2 ปี เพื่อจะให้มีวันนี้วันที่ถนนวอล์คกิ้งสตรีทกลับมาเปิดอีกครั้ง”