"สส.ประจวบฯ" ชง "รมต.เกษตรฯ" ฟื้นโรงสีข้าวพระราชทานให้สมพระเกียรติ
สส.ประจวบฯ ชง รัฐมนตรีเกษตรฯ ฟื้นฟูโรงสีข้าวพระราชทานให้สมพระเกียรติ หลังหลังหน่วยระดับจังหวัดเสนอยุบสหกรณ์โรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย
วันที่ 5 พฤศจิกายน นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสนอหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถึงอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำกัด ต.อ่าวน้อย อ.เมือง ยกเลิกกิจการเนื่องจากการดำเนินกิจการขาดทุนต่อเนื่องนานกว่า 14 ปี นั้น เป็นปัญหาเฉพาะข้อกฎหมาย ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักปฏิบัติในการดำเนินการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขณะนี้ได้แจ้งให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับทราบเพื่อดำเนินการบริหารสหกรณ์โรงสีข้าวพระราชทานให้สมพระเกียรติ เนื่องจากโรงสีข้าวพระราชทานถือเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารงานของสหกรณ์ฯ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสิริมงคลกับประชาชนชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ควรได้รับการใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ และควงดำเนินการตามพระราชประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมโรงสีข้าวอย่างต่อเนื่องต่อไป
“ ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารภายในใหม่ทั้งหมด เพราะผู้เกี่ยวข้องไม่ควรมองเพียงมิติของการขาดทุนหรือกำไร แต้องหาวิธีการทำให้สหกรณ์โรงสีข้าวสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง สำหรับหน่วยงานระดับจังหวัดก่อนเสนอยุบ ควรนัดประชุมหลายฝ่ายเพื่อเสนอปัญหาให้คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร.) หรือองคมนตรีเพื่อกราบบังคมทูลทราบถึงปัญหา และความพยายามของจังหวัดในการแก้ไขปัญหาการบริหารโรงสีข้าวพระราชทาน ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายหลังพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานเครื่องสีข้าว และทรงเสด็จพระราชดำเนินในพิธีเปิดโรงสีข้าวพระราชทาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2524 ทำให้ปัจจุบันโรงสีข้าวพระราชทานเป็นสถานที่สำคัญประวัติศาสตร์ในเส้นทางตามรอยเสด็จ และเป็นความภาคภูมิใจของพสกนิกรชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะมีโรงสีพระราชทานไม่กี่แห่งในประเทศไทย “นายประมวล กล่าว
นายดิเรก จอมทอง คณะกรรมการที่ปรึกษาสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานฯ กล่าวว่า หลังเปลี่ยนแปลงการบริหารโรงสีเป็นสหกรณ์ในปี 2548 การบริหารอยู่ใต้การกำกับดูแลของสหกรณ์จังหวัดที่ทำได้ไม่เต็มที่ จากปัญหาบางประการ ขณะที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองและผู้บริหารระดับจังหวัดในรอบ 5 ปี แทบไม่ได้สนใจไปดูแลกิจการของสหกรณ์ฯ สำหรับฐานะทางการเงินของสหกรณ์ที่มีปัญหา ตั้งแต่มีการกู้เงินและนำเงินบางส่วนที่ได้จากการขายสินค้าหลักได้แก่ข้าวสารและน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้ในการต่อเติมโครงสร้างอาคาร จากนั้นมีการลงทุนเพื่อการเคลื่อนย้ายตำแหน่งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของกรมธุรกิจพลังงาน การบริหารกิจการของสหกรณ์ช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้แทบไม่ได้รับการใส่ใจจากส่วนราชการใดๆ สิ่งเหล่านี้สามารถตรวจสอบจากบันทึกการประชุมสหกรณ์ย้อนหลังได้
“ นอกจากเงินค้างชำระจากเอกชน หน่วยงาน ร้านค้า ยังกรรมการบริหารสหกรณ์ที่มียอดค้างชำระรวมทุกรายในรอบ 10 ปีรวมหลายแสนบาท ปัญหาของสหกรณ์มีการเพิ่มยอดการกู้เงินจากกองทุนสหกรณ์สูงขึ้นทุกปี เพื่อนำเงินมาชำระค่าใช้จ่ายที่ติดลบสะสมเพิ่มขึ้น ปัญหาการดำเนินงานที่ติดลบสะสมทำให้มูลนิธิโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนำเงินมาฝากไว้ที่สหกรณ์จำนวนหลายล้านบาท ต้องขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเป็นสัญญาการกู้เงินดอกเบี้ยต่ำแทนการถอนเงินกลับคืน เป็นภาระเพิ่มเติมที่สหกรณ์ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับโรงพยาบาลและเงินกู้อื่นรวมหลายแสนบาท สิ่งที่น่าตกใจคือ มีการถอนเงินสดจากบัญชีของสหกรณ์ประมาณ 3 แสนบาท นำไปซื้อปุ๋ยจำหน่ายในราคาเท่าทุน ขายแบบให้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ย หลายรายที่ซื้อปุ๋ยและยังคงค้างจ่ายและผู้ซื้อบางรายไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์ สำหรับวิกฤตของสหกรณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนหน้านี้ เพราะไม่สามารถนำเงินไปชำระยอดกู้จากกองทุนสหกรณ์ได้ตามกำหนด ทำให้ถูกลดเครดิต และถูกคณะกรรมการที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานปฏิเสธการอนุมัติเงินกู้จากกองทุนสหกรณ์ ทำให้มีข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งระบุว่า จะไม่อนุมัติให้สหกรณ์แห่งนี้กู้เงินอีกต่อไป และจะเสนอเรื่องให้ยุติการมีสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทาน “นายดิเรก กล่าว