สมาคมประมงสมุทรสาคร จัดพิธีสืบชะตาทะเล เพิ่มพันธ์ุสัตว์-น้ำอ่าวมหาชัย

ภูมิภาค16 ส.ค. 2563 • 11:32 น.โดย มานพ
สมาคมประมงสมุทรสาคร จัดพิธีสืบชะตาทะเล เพิ่มพันธ์ุสัตว์-น้ำอ่าวมหาชัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ที่ริมเขื่อนข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย” สมาชิกชาวเรือประมงในจังหวัด นำโดยนายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดพิธีสืบชะตาทะเลอ่าวไทยตอนบน ฟากฝั่งมหาชัย” ประจำปี 2563 ร่วมกับ อบจ.สมุทรสาคร โดยมีนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร ฐานะมาเป็นประธานเปิดงานฯ พร้อมนำพ่อค้า และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยลูกพันธฺสัตว์ กันอย่างพร้อมเพรียง พร้อมกันนี้ได้รับการสนับสนุนพันธุ์กุ้งจาก สนง.ประมงจังหวัดฯ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 2 สมุทรสาคร นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ทั้งนี้พื้นที่อ่าวมหาชัยทะเลไทยตอนบน (หรืออ่าวตัว ก) ในเขตจังหวัดสมุทรสาคร นับว่าเป็นแหล่งทรัพยากรสัตว์น้ำที่สำคัญ ในฐานะเป็นแหล่งที่สร้างชีวิตของอาหารของผู้ประกอบอาชีพทำประมงและผู้บริโภคอาหาร ซึ่งป้อนผู้คนในจังหวัดและเกือบทั้งประเทศมาอย่างช้านาน ทั้งยังเกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจและความมั่นคงด้วย โดยมีแผนกำหนดในพื้นที่จังหวัดตามการปกครองของแผ่นดิน” สำหรับกิจกรรมนี้ทางสมาคมการประมงฯ และชาวประมงสมุทรสาคร ได้สำนึกถึงบุญคุณค่าของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการโครงการดังกล่าวซึ่งนับเป็นครั้งที่ 9 เพื่อช่วยฟื้นฟูทรัพยากรในกรณีเท่าที่จะสามารถทำได้ ทั้งยังคืนความสมดุลสู่ธรรมชาติ ตาม"โครงการพิธีสืบชะตาทะเลอ่าวไทย" และร่วมใจปล่อยพันธ์ปลาเพื่อขยายพันธ์สัตว์น้ำ ทั้งนี้ยังกิจกรรมทำพิธีทางศาสนาเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ไหว้ฮ้อเฮียตี๋) เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกของชาวประมงที่ประกอบอาชีพ ที่สืบทอดความสำคัญให้กับแหล่งทรัพยากรทางทะเล และการทดแทนบุญคุณต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการนี้ยังได้มีการรับมอบกองทุน ที่มีผู้บริจาคเข้ามาเพื่อนำมาซื้อเรือประมงเก่า ไปทำปะการังเทียม เพื่อใช้ช่วยฟื้นฟูท้องทะเลอ่าวไทย จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้งกุลาดำ ประมาณ 2 ล้านตัว "ทั้งนี้ทั้งนั้นโดยถือกันว่า เป็นความเชื่อของบรรดาชาวเรืออาชีพประมงในฐานะซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากทะเลทั้งด้านรายได้ ซึ่งเชื่อกันว่าทะเลนั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และช่วยเกื้อหนุนต่ออาชีพประมงสืบมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบันนี้”