ชาวบ้านช่วยกันจับหัวขโมย หลังก่อเหตุนำทรัพย์สินไปซ่อนไว้ในวัด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกชะงาย เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในวัดนาท่อม ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง หลังได้รับแจ้งว่าชาวบ้านช่วยกันจับกุมตัวคนร้ายที่ย่องขโมยทรัพย์สินไว้ได้ ทราบชื่อคนก่อเหตุ คือ นายวิรัตน์ พวงพวา อายุ 28 ปี ซึ่งได้เข้าไปขโมยทรัพย์สินของมีค่า ภายในบ้านของนายสมัย หมวดมณี อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 140 ม.7 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง พร้อมของมีค่าที่ไปขโมยมา มีสร้อยทองคำคู่พระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง ระหว่างที่เข้าควบคุมตัวนายวิรัตน์ฯ ที่อยู่ในอาการการเอะอะโวยวายคล้ายคนเมา พร้อมบอกว่าตนถูกใส่ร้าย แต่ต้องจำนนด้วยหลักฐาน ทั้งเงินสดและสร้อยทองที่นายวิรัตน์ฯ ได้นำไปซ่อนไว้ภายในวัด และมีกล้องวงจรปิดของโรงเรียนวัดนาท่อมได้จับภาพขณะนายวิรัตน์ฯ เดินถือของที่ขโมยมาผ่านหน้าโรงเรียน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.โคกชะงาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายสมัยฯ เจ้าของบ้านที่ถูกขโมยทรัพย์สิน ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่ตนกับภรรยาได้ออกไปกรีดยางโดยล็อกกุญแจบ้านไว้ หลังจากกรีดยางเสร็จเมื่อกลับมาถึงบ้านก็ต้องตกใจเพราะภายในบ้านถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย และพบว่าสร้อยทองทรัพย์สินของมีค่าและเงินสดได้หายไป จึงได้ตะโกนบอกเพื่อนบ้าน ก่อนจะไปขอดูกล้องวงจรปิดของโรงเรียนที่อยู่ติดกันกับบ้านของตน เมื่อเปิดกล้องวงจรปิดย้อนดูก็เห็นนายวิรัตน์ฯ เดินถือสิ่งของที่ขโมยไปจากบ้านของตนผ่านกล้องไปทางวัดนาท่อม จึงออกติดตามจนกระทั่งไปเจอนายวิรัตน์ฯ กำลังนั่งอยู่ภายในวัด ตนพร้อมชาวบ้านจึงช่วยกันจับตัวไว้และรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวดังกล่าว
นายสมัยฯ และภรรยาบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่สามารถตามคนร้ายเจอและได้ทีัพย์สินของมีค่ากลับคืนมาทั้งหมด โดยเฉพาะหลวงพ่อทวด100ปีโรงเรียนพัทลุง ที่ใส่กรอบเลี่ยมทองคู่อยู่กับสร้อยคอทองคำ เป็นสิ่งที่ตนหวงเหนมากที่สุด และเมื่อตนรู้ข่าวว่าของหายก็ได้บนบานกับสิ่งศักสิทธิ์ภายในวัดนาท่อมว่าขอให้ตนได้ของกลับคืนและแล้วก็ได้กลับคืนมาจริงๆ ซึ่งเร็วๆนี้ตนจะทำการแก้บนและขอบคุณชาวบ้านพลเมืองดีทุกๆคนที่ช่วยกันจับกุมคนร้ายไว้ได้.