ชนกลุ่มน้อยมานิ จ.สตูล ทิ้งทับติดเขาบรรทัด เข้าไปอยู่ชุมชนชาวบ้านมากขึ้น หลังอดอาหารกลัวตำรวจลาดตระเวน

ภูมิภาค22 พ.ย. 2566 • 20:13 น.
ชนกลุ่มน้อยมานิ จ.สตูล ทิ้งทับติดเขาบรรทัด เข้าไปอยู่ชุมชนชาวบ้านมากขึ้น หลังอดอาหารกลัวตำรวจลาดตระเวน

ชนกลุ่มน้อยมานิ จ.สตูล ทิ้งทับติดเขาบรรทัด เข้าไปอยู่ชุมชนชาวบ้านมากขึ้น หลังอดอาหารกลัวตำรวจลาดตระเวน ขณะที่ตำรวจน้ำประสานทางการมาเลเซีย ช่วยตรวจสอบเรือต้องสงสัยลักลอบเข้า

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566   ครบหนึ่งเดือนของการหลบหนีของนายชวลิต  ทองด้วง  หรือแป้งนาโหนด ตำรวจและหน่วยความมั่นคงที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามไล่ล่าอย่างไม่ลดละ แม้จะมีข่าวลือว่ามีความพยายามจะหลบหนีออกช่องทางธรรมชาติตามแนวตะเข็บชายแดนจังหวัดสตูลที่ติดกับประเทศมาเลเซีย

ซึ่งทางด้านกองกำกับการ9 ตำรวจน้ำ จังหวัดสตูล  ได้จัดเตรียมกำลังเฝ้าตรวจตราตามแนวท่าเรือด้านตำมะลัง   ปากบารา  และทุกช่องทางธรรมชาติ  โดนเน้นการข่าวตลอด 24 ชม. มีความพร้อมทั้งกำลังพล และเรือลาดตระเวนทันทีที่พบว่ามีความพยายามหลบหนีเข้ามา

พ.ต.ท.บรรเจิด   มานะเวช    รองผู้กำกับการ 9 ตำรวจน้ำ  (ดูแลตรังสตูลและกระบี่)   เปิดเผยว่า   การติดตามไล่ล่านายชวลิต  ทองด้วง   หรือแป้งนาโหนด  ที่คาดว่าจะหลบหนีลงทางน้ำในส่วนของกำลังพล  ได้กำชับกำลังพล และเรือตรวจการณ์  ให้เตรียมพร้อมสนับสนุน  24 ชั่วโมง ชุดสืบสวนประสานงานสืบจังหวัด  สายตรวจท่าเรือตรวจสอบอย่างเข้มงวด ฝ่ายการข่าวสำรวจช่องทางธรรมชาติ ประสานมวลชลในพื้นที่ทันทีที่ทราบข่าวการเข้ามาหลบซ่อนตัวพร้อมเข้าจับกุมในทันที

ขณะที่ชุดกำลังตำรวจที่ติดเทือกเขาบรรทัดของจังหวัดสตูลได้ทำงานกันอย่างไม่ลดละ  โดยตำรวจทุกโรงพักโดยเฉพาะโรงพักที่ติดกับเทือกเขาบรรทัดอย่างโรงพักทุ่งหว้า   ด้านพันตำรวจเอกอุเทน  แก้วจันทอน ผู้กำกับสภ.ทุ่งหว้าได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และ  แจกใบปลิวภาพคนร้ายที่กำลังหลบหนี   ด้วยตนเองพร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหมู่เป็นตา   หากพบเจอ คนดังกล่าวให้รีบติดต่อแจ้งยังดันความมั่นคงคีรีวง  หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งหว้า  อำเภอทุ่งหว้า  จังหวัดสตูล  ในทันที

ขณะที่ทับชาวมานิ  ติดเขาบรรทัดบ้านวังนาใน  ต.น้ำผุด อ.ละงู  ลุงบุญเชิด  ชูชุม อายุ 64 ปี และชาวบ้านหลายคนบอกว่า  ชนกลุ่มน้อยที่เคยอาศัยติดตีนเขาบรรทัดได้อพยพออกจากถิ่นฐานเดิมที่อาศัยโดยทางการตั้งเป็นหมู่บ้านชาวมานิ   ทิ้งทับหรือบ้าน  เข้าไปในตัวชุมชนชาวบ้านชั้นในมากขึ้น   จะด้วยวิถีชีวิตที่ชอบการเคลื่อนย้ายทับหรือที่อยู่อาศัยแล้ว  การไม่ได้เข้าป่าหาอาหารจนอาหารหมด  บวกกับ เจ้าหน้าที่ถือปืนลาดตระเวนในป่ากันไม่ขาดสายจนไม่รู้ใครเป็นใคร  ทำให้มานิ  จำใจต้องอพยพทิ้งทับเข้าไปอยู่ใกล้ๆชาวบ้านเพื่อความอุ่นใจมากขึ้น