- โฆษณา -

บุรีรัมย์ รมว.ต่างประเทศ ติดตามคืบหน้า ยกระดับ "ช่องสายตะกู" เป็นจุด ผ่านแดนถาวร

ภูมิภาค10 เม.ย. 2568 • 15:08 น.
บุรีรัมย์ รมว.ต่างประเทศ ติดตามคืบหน้า ยกระดับ "ช่องสายตะกู" เป็นจุด ผ่านแดนถาวร

 

บุรีรัมย์ รมว.ต่างประเทศ ติดตามคืบหน้า ยกระดับ "ช่องสายตะกู" เป็นจุด ผ่านแดนถาวร

- โฆษณา -

รมว.การต่างประเทศ เดินทางติดตามความพร้อม การยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ตรงข้าง บ้านจุ๊บโกกี  อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยกรมเอเชียตะวันออก กรมการกงสุล กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางลงพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับฟังสรุปและติดตามความคืบหน้าการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้า "ช่องสายตะกู" บ้านสายโท 6 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ตรงข้ามบ้านจุ๊บโกกี  อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร ที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอบ้านกรวด ก่อนจะเดินทางพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ 

โดยมีนายเกียงศักดิ์  สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ตลอดทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าของการเตรียมความพร้อมเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวร อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองฝ่าย สร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และแสวงหาความร่วมมือด้านอื่นๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ 

ซึ่งปัจจุบันทุกภาคส่วนได้เร่งดำเนินการให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร เนื่องจากติดขัดด้านกฎหมายบางส่วนเช่นเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา  ส่วนทางด้านของฝ่ายกัมพูชาได้มีการยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวรแล้ว

 สำหรับปัญหาอุปสรรคที่ยังไม่สามารถยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวรได้ เนื่องจากอยู่ในบริเวณพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก(ดงพญาเย็น – เขาใหญ่) ต้องรอขั้นตอนการเพิกถอนพื้นที่อุทยาแห่งชาติตาพระยา และขอใช้ประโยชน์บางส่วนประมาณ 199 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ไม่กระทบโดยตรงต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ซึ่งในระดับหน่วยงานในพื้นที่ได้ดำเนินการตอนเรียบร้อยแล้ว กระบวนการต่างๆ อยู่ระหว่างสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมาย รวมถึงอยู่ระหว่างจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

โดยจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตะกู-จุ๊บโกกี ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ อยู่ตรงข้าม บ้านจุ๊บโกกี  อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา แต่เดิมเป็นช่องทางธรรมชาติ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดนทั้งชาวไทย และกัมพูชามีความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างกันเดินทางไปมาหาสู่และซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นพื้นที่ราบ

 

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2554 ได้เปิดเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าเพื่อมนุษยธรรมช่องส่ายตะกู สัปดาห์ละ 1 วัน และมีจำนวนผู้ที่เดินทางไปเยี่ยมชมมากขึ้นจึงเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 2 วัน อยู่ในการดูแลของฝ่ายความมั่นคง กองกำลังสุรนารี จากนั้นทั้งฝ่ายไทย และกัมพูชาได้ประชุมร่วมกันหลายครั้งตั้งแต่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า จนกระทั่งปัจจุบันเปิดให้ทำการค้าชายแดนทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น - 15.00 น. และเป็นช่องทางนำเข้า ส่งออกสินค้า โดยปฏิบัติพิธีการศุลกากรที่ด่านศุลกากรช่องจอม สินค้าที่ส่งออกเช่น สินค้าอุปโภค บริโภคในชีวิตประจำวัน ผักสด ผลไม้สด อาหารสำเร็จรูป เครื่องนุ่งห่ม สินค้าเบ็ดเตล็ด วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องครัว เครื่องนอน 

ส่วนสินค้านำเข้า เช่น ใบหญ้าคา ผลผลิตจากพืช ผักสด ผลไม้สด ของป่าตามฤดูกาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องจักสาน ผลิตภัณฑ์จากไม้ และสินค้าเบ็ดเตล็ด 

 

สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเมื่อได้รับการยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวร คาดว่า จะมีมูลค่าการค้าชายแดนที่เพิ่มสูงมากขึ้นเนื่องจากบริเวณช่องสายตะกู มีภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการค้าชายและเอื้อต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเพราะมิใช่แค่นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเท่านั้น แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากหลาย ๆ ประเทศ ก็จะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ และต่อไปยังกลุ่มจังหวัดหรือจังหวัดอื่น ๆในประเทศ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ดังนี้

ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดบุรีรัมย์เพิ่มขึ้น สร้างโอกาสในการขยายการค้า การลงทุน ระหว่างไทยกับกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดข้างเคียง ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนไทย - กัมพูชา เพิ่มขึ้นช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย สามารถส่งออกสินค้าผ่านแดนจากจังหวหวัดบุรีรัมย์ไปยังประเทศที่สาม เช่น เวียดนาม จีน (ตอนใต้) เป็นต้น ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าไปยังจังหวัดเสียมราฐ และจังหวัดอื่น ๆ ของราชอาณาจักรกัมพูชาได้ในระยะทางที่สั้นกว่าการขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งของผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง การขยายตัวด้านการค้า การลงทุน โดยรอบเขตจุดผ่านแดนถาวรจะมีเพิ่มขึ้น จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ นำสินค้ามาจำหน่าย หรือมีการตั้งจุดกระจายสินค้า ณ บริเวณใกล้เคียงจุดผ่านแดนถาวร ทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจในอำเภอบ้านกรวดเพิ่มสูงขึ้น นักท่องเที่ยวจะมีการเดินทางเข้าออกบริเวณจุดผ่านแดนถาวรเพื่อเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอื่นๆ ในประเทศมากยิ่งขึ้น มูลค่าเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวจะเพิ่มสูงขึ้นราคาอสังหาริมทรัพย์บริเวณโดยรอบจุดผ่านแดนดารและใกล้เคียงจะปรับตัวขึ้นเพื่อรองรับความเจริญในอนาคต

หลังจากนั้น นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ และคณะ ได้เดินทางไปที่บ้านกะโลง หมู่ที่ 8 ต.กันทรารมย์ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเยี่ยมปลอบขวัญครอบครัวของแรงงานไทย ซึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบในประเทศอิสราเอล ด้วย.