- โฆษณา -

อธิบดีกรมเจ้าท่าปฏิเสธเอี่ยวนายทุนบริจาคบิ๊กแบ็คชายหาดทับสะแก

ภูมิภาค17 ต.ค. 2562 • 05:56 น.
อธิบดีกรมเจ้าท่าปฏิเสธเอี่ยวนายทุนบริจาคบิ๊กแบ็คชายหาดทับสะแก
วันที่ 17 ต.ค.62 นายอุดร โพธิ์พ่วง ที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจาก นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งให้ฝ่ายปกครอง อ.ทับสะแก เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า รื้อบิ๊กแบ็คถุงดำ 1000 ชุด ภายในบรรจุผงแบล็คคาร์บอนจากประเทศจีน ถือเป็นกากขยะอุตสาหกรรม ซึ่งมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ที่ต้องนำไปกำจัดตามกฎหมาย ออกจากพื้นที่ชายหาดทุ่งประดู่ 2 ต.ทับสะแก โดยมีผู้บริจาครายเดิมนำถุงบิ๊กแบ๊กสีขาว 1,000 ชุดไปวางทดแทนเพื่อป้องกันความเสียหายให้ชาวบ้านเป็นการชั่วคราว จากการสอบถามอธิบดีกรมเจ้าท่ายืนยันว่า กรณีที่มีผู้บริจาคถุงบิ๊กแบ๊ก เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับกรมแต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใช้งบประมาณเหลือจ่าย 40 ล้านบาท จากปัญหาผู้รับเหมารายเดิมทิ้งงาน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 จากการใช้งบเดิม 60 ล้านบาท สร้างเขื่อนหินทิ้งความยาว 1,175 เมตร แต่ปัจจุบันสร้างได้เพียง 400 เมตร ขณะที่กรมเจ้าท่าจะต้องรับมอบงานภายในเดือนกรกฎาคม 2561 จากระยะเวลาก่อสร้าง 540 วัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ได้นำรถแบ็คโฮ 3 คัน รื้อถุงบรรจุทรายทะเลจากบิ้กแบ็กสีดำออกทั้งหมด จากนั้นนำทรายบรรจุถุงบิ๊กแบ็คสีขาว วางตลอดแนวชายหาด แต่ยังไม่มีการกำจัดคราบฝุ่นสีดำที่ปนเปื้อนจากผงแบล๊คคาร์บอนด์ในถุงบิ๊กแบ็คเดิมบนชายหาดตามหลักวิชาการ นอกจากนั้นยังพบว่ามีปัญหาจากคลื่นแรงและน้ำทะเลหนุนสูงทำให้เจ้าหน้าที่วางถุงบิ๊กแบ็คชุดใหม่ได้ไม่มาก นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอทับสะแก กล่าวว่า การดำเนินการเปลี่ยนถุงบิ้กแบ็ค จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ โดยถุงสีขาวทางบริษัทภาคเอกชนรายเดิม ซึ่งเป็นเจ้าของถุงบิ๊กแบ็คสีดำเป็นผู้นำมามอบให้ สำหรับถุงบิ้กแบ็คสีดำที่นำทรายออกแล้ว บริษัทเอกชนจะนำไปทำลายตามระบบต่อไป สำหรับถุงสีขาวที่นำมาเปลี่ยนใหม่ มีความจุ 1 ตัน ทำให้แนวกันคลื่นมีความแข็งแรง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาสุขภาพของประชาชน ในส่วนของการจัดหาผู้รับเหมารายใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างแนวเขื่อนทิ้งหินที่เหลือประมาณ 800 เมตรเป็นหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ที่จะต้องเร่งดำเนินการต่อไป