เรือท่องเที่ยวขนาดเล็ก ชนกับเรือหาปลา กลางแม่น้ำปาสัก บาดเจ็บ รวม 8 ราย สูญหาย 1
เกิดอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวขนาดเล็ก ชนกับเรือหาปลา กลางแม่น้ำปาสัก ใกล้กับสะพานปรีดี- ธำรง จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้มีผู้เจ็บ รวม 8 ราย สูญหาย 1 เจ้าหน้าทีกำลังเร่งค้นหา
วันที่ 12 ตุลาคม 2563 ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ อุดมรัตน์ ร้อยเวร สภ.พระนครศรีอยุธยารับแจ้งเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวขนาดเล็กชนกับเรือหาปลาภายในแม่น้ำป่าสักบริเวณใกล้กับสะพานปรีดี- ธำรง อำเภอพระนครศรีอยุธยาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีผู้สูญหาย และผู้บาดเจ็บหลายราย จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา และนายรชต ผกาฟุ้งผ.อ.เจ้าท่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยกู้ภัยไปยังที่เกิดเหตุจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเรือที่เกิดอุบัติเหตุเป็นเรือสองตอนทำด้วยเหล็กขนาดนั่งได้ 2 คน ทราบต่อมาว่ามี นายสอาด สาสุข อายุ 35ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 /11 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง คนขับ และนายไชยยันต์ เงินแถบ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144/16 ม.4 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนนั่งมาด้วย หลังเกิดอุบัติเหตุได้จมน้ำหายไปส่วนเรือสองตอนรับนักท่องเที่ยว มี นายจักรรินทร์ มาลากัญน์ อายุ 53 ปีเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บพร้อมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวม 8 คนในจำนวนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 2 คนนำส่งรพ.พระนครศรีอยุธยา
นายสะอาด เปิดเผยว่าตนขับเรือมากับนายไชยยันต์ เพื่อจะไปตกปลาทางด้านหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่อเรือ จังหวะที่วิ่งมาถึงใต้สะพานได้หลบตอหม้อ เข้าไปในเส้นทางที่เรือนั่งท่องเที่ยววิ่งมา ทำให้พุ่งชนอย่างแรง จนนายไชยยันต์ ที่อยู่หัวเรือตกน้ำจมหายไป จนท.จึงควบคุมตัวนายสะอาดเอาไว้เพื่อสอบสวน
ต่อมานายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ได้กำชับให้เจ้าท่าเร่งตรวจสอบสาเหตุของการชนครั้งนี้ และให้วางมาตรการควบคุมเรือหาปลาที่ไม่ถูกต้อง ออกมาวิ่งโดยไม่ได้ระมัดระวังอาจจะเกิดอุบัติเหตุกับเรือท่องเที่ยวได้ ส่วนเรือท่องเที่ยวให้ควบคุมเรื่องของชูชีพนักท่องเที่ยวต้องมีทุกลำ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุในครั้งต่อไป
และในเวลาต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญูพบร่างผู้เสียชีวิตนายไชยยันต์ เงินแถบ อายุ35ปี จมอยู่ภายใต้น้ำโดยมีเรือเหล็กทับอยู่สภาพศพผู้เสียชีวิตสวมใส่เสื้อ วอร์มแขนยาวสีเทากางเกงยีนส์สีน้ำเงินบริเวณปากและจมูกมีเลือดไหลออกเจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาชันสูตรเบื้องต้น โดยมีญาติของผู้เสียชีวิต ร้องไห้เสียใจและกอดศพผู้เสียชีวิต เป็นที่น่า เวทนา
วันที่ 12 ตุลาคม 2563 ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ อุดมรัตน์ ร้อยเวร สภ.พระนครศรีอยุธยารับแจ้งเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวขนาดเล็กชนกับเรือหาปลาภายในแม่น้ำป่าสักบริเวณใกล้กับสะพานปรีดี- ธำรง อำเภอพระนครศรีอยุธยาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีผู้สูญหาย และผู้บาดเจ็บหลายราย จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา และนายรชต ผกาฟุ้งผ.อ.เจ้าท่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยกู้ภัยไปยังที่เกิดเหตุจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเรือที่เกิดอุบัติเหตุเป็นเรือสองตอนทำด้วยเหล็กขนาดนั่งได้ 2 คน ทราบต่อมาว่ามี นายสอาด สาสุข อายุ 35ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 /11 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง คนขับ และนายไชยยันต์ เงินแถบ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144/16 ม.4 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนนั่งมาด้วย หลังเกิดอุบัติเหตุได้จมน้ำหายไปส่วนเรือสองตอนรับนักท่องเที่ยว มี นายจักรรินทร์ มาลากัญน์ อายุ 53 ปีเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บพร้อมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวม 8 คนในจำนวนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 2 คนนำส่งรพ.พระนครศรีอยุธยา
นายสะอาด เปิดเผยว่าตนขับเรือมากับนายไชยยันต์ เพื่อจะไปตกปลาทางด้านหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่อเรือ จังหวะที่วิ่งมาถึงใต้สะพานได้หลบตอหม้อ เข้าไปในเส้นทางที่เรือนั่งท่องเที่ยววิ่งมา ทำให้พุ่งชนอย่างแรง จนนายไชยยันต์ ที่อยู่หัวเรือตกน้ำจมหายไป จนท.จึงควบคุมตัวนายสะอาดเอาไว้เพื่อสอบสวน
ต่อมานายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ได้กำชับให้เจ้าท่าเร่งตรวจสอบสาเหตุของการชนครั้งนี้ และให้วางมาตรการควบคุมเรือหาปลาที่ไม่ถูกต้อง ออกมาวิ่งโดยไม่ได้ระมัดระวังอาจจะเกิดอุบัติเหตุกับเรือท่องเที่ยวได้ ส่วนเรือท่องเที่ยวให้ควบคุมเรื่องของชูชีพนักท่องเที่ยวต้องมีทุกลำ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุในครั้งต่อไป
และในเวลาต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญูพบร่างผู้เสียชีวิตนายไชยยันต์ เงินแถบ อายุ35ปี จมอยู่ภายใต้น้ำโดยมีเรือเหล็กทับอยู่สภาพศพผู้เสียชีวิตสวมใส่เสื้อ วอร์มแขนยาวสีเทากางเกงยีนส์สีน้ำเงินบริเวณปากและจมูกมีเลือดไหลออกเจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาชันสูตรเบื้องต้น โดยมีญาติของผู้เสียชีวิต ร้องไห้เสียใจและกอดศพผู้เสียชีวิต เป็นที่น่า เวทนา