อ.วังทอง อ่วม ! น้ำท่วมยังเพิ่มสูงขึ้น ทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก รถเล็กสัญจรไป-มาไม่ได้​ ​ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 นำสื่อบินตรวจสภาพน้ำท่วมขัง

ภูมิภาค1 ก.ย. 2562 • 22:37 น.
อ.วังทอง อ่วม !  น้ำท่วมยังเพิ่มสูงขึ้น  ทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก  รถเล็กสัญจรไป-มาไม่ได้​  ​ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 นำสื่อบินตรวจสภาพน้ำท่วมขัง
อ.วังทอง อ่วม ! ระดับน้ำท่วมยังเพิ่มสูงขึ้น ถนนทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก รถเล็กไม่สามารถสัญจรไป-มา ได้ต้องใช้รถบรรทุก ด้านผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 นำสื่อมวลชนบินตรวจสภาพน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอวังทอง ก่อนกำหนดเป้าหมาย และแนวทางการช่วยเหลือให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พิษณุโลก : เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 1 กันยายน 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตรี ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมด้วย รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 นำสื่อมวลชน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาคที่ 3 บินสำรวจพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน บริเวณอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในสภาพวิกฤต เนื่องจากปริมาณน้ำได้เข้าท่วมบริเวณพื้นที่ตำบลชัยนาม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ยังคงมีปัญหาน้ำท่วมขังสูง และมีประชาชน อาศัยอยู่ จำนวนกว่า 9 หมู่บ้าน 2,256 ครัวเรือน ราษฎรกว่า 6,281 คน และ ยังเป็นการประเมินสภาพความเดือดร้อน เพื่อนำมากำหนดแนวทางและวิธีการเข้าช่วยเหลือประชาชนให้ได้อย่างรวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพทั่วถึง มากที่สุด จากสถานการณ์ในพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก แม้พายุฝนจะหยุดตกลงมาแต่มวลน้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลหลากมาจากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเทือกเขาเพชรบูรณ์ ปริมาณน้ำได้ไหลลงสู่ลำน้ำเข็กและแม่น้ำวังทองเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ เอ่อเข้าท่วมชุมชนภายในตลาดวังทอง ซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญแห่งหนึ่ง ร้านค้าต่างพากันปิดร้านเพื่อขนของขึ้นสู่ที่สูง และปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว บนถนนทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ช่วงบริเวณหน้าโรงพยาบาลวังทอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมาคอยอำนวยความสะดวก เรื่องการรับส่งผู้ป่วยเนื่องจากเส้นทางที่เข้าไปยังโรงพยาบาล เนื่องจากมีน้ำท่วมถนนสูงการขับขี่เป็นไปด้วยความยากลำบาก พื้นผิวการจราจรและสูงกว่า 50-60 ซม. เป็นระยะทางกว่า 4 กม. ส่งผลทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ต้องเป็นรถบรรทุกหรือรถโฟล์วิวเท่านั้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยคอยอำนวยความสะดวกอยู่ริมข้างทาง คอยแจ้งเตือนให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หรือให้เลี่ยงเส้นทางไปใช้เส้นอื่นแทน เช่น ถ้าหากผู้ขับขี่ต้องการเดินทางไปยัง จ.เพชรบูรณ์ อาจจะต้องขับอ้อมไปใช้เส้นทาง อ.วัดโบสถ์ มุ่งหน้าไปยัง อ.ชาติตระการ แล้วขับออกไปถึงแยกบ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก รายงานข่าวแจ้งว่า มีเด็กจำนวน 4 ราย ถูกกระแสน้ำพัดไปติดกับกอไม้ไม่สามารถว่ายกลับเข้าฝั่งได้ ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวนกว่า 30 นาย ต้องเร่งระดมกำลังกันเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตราย โดยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต้องลุยกระแสน้ำเข้าไปช่วยเด็กทั้งหมดกลับมายังฝั่งได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางความโล่งอกของผู้ปกครองที่มาเฝ้ารออยู่ เบื้องต้นทราบว่าเด็กทั้งหมดนั้นได้พากันออกมาเล่นน้ำที่พัดผ่านถนนในหมู่บ้าน ระหว่างที่พากันเดินไปนั้นกระแสน้ำกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเชี่ยวมาก ทำให้ทั้งหมดถูกน้ำซัดพัดไปติดกับกอไม้ดังกล่าว แต่โชคดีที่ไม่ถูกต้องพัดจมหายไปแต่อย่างใด ด้านนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และคณะได้ลงพื้นที่ติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่นอีกด้วย.