ปูพรมหาหมีควายเป็นแนวหน้ากระดานแบบเส้นตรง พร้อมเสริมอุปกรณ์โดรนตรวจจับความร้อนซูม 20 เท่า
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ก.ย.63 ที่ห้องประชุม อบต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่8(ขอนแก่น) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหาหมีควายที่ทำร้ายร่างกายชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยล่าสุดพบความเคลื่อนไหวหนีเข้าป่าทึบ ซึ่งเป็นป่าชุมชนเนื้อที่ร้อยกว่าไร่
นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่8(ขอนแก่น) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงจัดเวรยามตลอด 24 ชม. ตามชายป่าชุมชนผาสวรรค์ ซึ่งติดต่อกัน 2 อำเภอ ระว่าง อ.สีชมพูกับ อ.ภูผาม่าน เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของหมี โดยเช้าวันนี้ไม่มีร่องรอยของการออกนอกพื้นที่ป่าชุมชนผาสวรรค์แต่อย่างใด
"การติดตามหมีขณะนี้ได้รับการสนับสนุนโดรนตรวจจับความร้อนและโดรนซูม20 เท่า ขึ้นบินสำรวจในบริเวณป่าชุมชนผาสวรรค์ ในขณะเดียวกันก็มีชุดปฏิบัติการ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องพร้อมชุดยิงยาสลบ เดินปูพรมภาคพื้นดินจำนวน 5ชุด โดยจะเดินในลักษณะทางตรงเรียงหน้ากระดานในป่า เพื่อตรวจหาหมีและยิงยาสลบใส่หมี ซึ่งทั้งชุดโดรนและชุดเดินจะต้องมีการรายงานความเคลื่อนที่พบเห็นมายังศูนย์ปฏิบัติการตลอดเวลา"
นายอนันต์ กล่าวต่ออีกว่า การปฏิบัติการจับหมีในครั้งนี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัย โดยให้ทีมปฏิบัติการของฝ่ายปกครอง ลาดตระเวนตรวจพื้นที่หมู่บ้านชุมชน และถนนที่ชาวบ้านใช้ประจำ เพื่อแจ้งให้งดการเดินทางเข้าไป เนื่องจากเกรงว่าจะไปเจอหมีแล้วถูกหมีทำร้าย จึงต้องจัดชุดรักษาความปลอดภัยไว้ตลอดเวลา
" หมีเมื่อเจอมนุษย์ จะทำร้ายทันที ซึ่งในส่วนของการตั้งกรงและใส่ขนุนรวมทั้งน้ำผึ้งเพื่อล่อหมีออกมานั้น ปรากฏว่า ไม่มีหมีหรือสัตว์อื่นใดเข้าไปใกล้กรง คาดว่าหมีมีอาการเครียดหลังจากถูกตามจับ ในขณะนี้จึงเชื่อว่า หมียังอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนผาสวรรค์ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบเพื่อจับกุมหมีตัวดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว และหากพบรอยเท้าหมี ให้ใช้ไม้เสียบ เพื่อป้องกันการสับสนของผู้ปฏิบัติงานที่มาพบเจอ และหากพบเจอ ห้ามยิงหรือทำร้ายหมีโดยเด็ดขาด และห้ามปะทะกับหมีโดยลำพัง และขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้าใกล้พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมค้นหาอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย"