รวบยกแก็งขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติ ของกลางกว่า4แสนเม็ด-มูลค่ากว่า30ล้านบาท
รวบยกแก็งค์ขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติ อาศัยจังหวะช่วงโควิด-19 ลักลอบนำเข่าผ่านช่องทางธรมชาติ ได้พร้อมของกลางกว่า 4 แสนเม็ด มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 เม.ย. 2563 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,นายอดุลย์ ประยูรสิทธิ และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายโสภณ เหลาเศษ หรือบูม อายุ 27 ปี ชาว อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.5 ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น พร้อมยาบ้า 1,397 เม็ด ,น.ส. นก พันทะวง อายุ 26 ปี ชาว สปป.ลาว พักอยู่บ้านเช่าชุมชนบ้านโนนไผ่ ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น กัญชากัญชาแห้ง 6.329 กรัมอาวุธปืนพกสั้นออโตเมติกจำนวน 2 กระบอก กระสุนขนาด.38 จำนวน 36 นัด และกระสุนปืน ขนาด.22 จำนวน 42 นัด และจับกุมนายศักดิ์สิทธิ์ ศรีพงษ์ยิ่ง หรือเติร์ก อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 ถนนอภัย ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์พร้อมของกลาง พร้อมของกลางยาบ้า 423,839 เม็ด ยาไอซ์ 26.060 กรัม อาวุธปืนสั้นออโตเมติกจำนวน 1 กระบอก รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนด์ฟ้า หมายเลขทะเบียน กฉ-5743 พระนครศรีอยุธยา,รถเก๋งยี่ห้อมาสด้า สีดำ ทะเบียนหน้าและทะเบียนหลังไม่ตรงกัน ทะเบียนหน้า 7-กญ8051 กรุงเทพฯ ทะเบียนหลัง 6 กญ-9664 กรุงเทพฯ
พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ. 4 กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่เสพยาบ้าและขยายผลไปจับผู้ขายรายย่อย โดยเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2563 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านไผ่ ได้ทำการจับกุม นายบูม พร้อมยาบ้า 1,397 เม็ด ที่บ้านดอนนาดี ม.12 ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จึงได้ขยายผลถึงที่มาของยาบ้า ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับยาบ้ามาจากนายปอนด์ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดมุกดาหาร แต่พักอยู่บ้านเช่ากับภรรยา ที่ชุมชนบ้านโนนไผ่ ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่จุดดังกล่าว แต่ไม่พบนายปอนด์ พบเพียง น.ส.นก ชาว สปป.ลาว ภรรยาของนายปอนด์ ที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือน พักอยู่ในห้อง จึงทำการตรวจค้นภายในห้องพัก พบกัญชาแห้ง อาวุธปืน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืน และทราบว่า นายปอนด์ ยังมีห้องเช่าที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่บ้านหนองร้านหญ้า ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น
" วันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงขอหมายค้นจากศาล เข้าทำการตรวจค้นที่ห้องเช่าที่รีสอร์ท แต่ไม่พบนายปอนด์พบเพียงรถเก๋งยี่ห้อทะเบียน กฉ-5743 พระนครศรีอยุธยา ในขณะเดียวกันก็พบนายเติร์ก ขับรถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีดำ ขับเข้ามาที่ห้องเช่า จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ตัวนายเติร์ก และค้นในรถ พบยาบ้าซ่อนไว้หลังเบาะคนขับและเบาะข้างคนขับซึ่งดัดแปลงเป็นซิป รวม 24,000 เม็ด จากนั้นได้ตรวจค้นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าที่จอดอยู่หน้าห้องเช่าอีกคัน พบยาบ้าห้อหุ้มด้วยกระดาษไข สีเหลือง บรรจุในกระสอบปุ๋ยสีขาว 2 กระสอบ วางอยู่ในกระโปรงหลังรถ รวมทั้งหมด 396,000 เม็ด ค้นในห้องเช่าพบอีก 3,800 เม็ด ยาไอซ์ นำหนัก 26.060 กรัม และอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก"
ผบช.ภ. 4 กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวน นายเติร์ก ให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับนายปอนด์ นายปุ๊ สองคนพี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหาร มานาน กระทั่งนายปอนด์ติดต่อให้เป็นคนส่งยาบ้าให้ลูกค้าในอำเภอบ้านไผ่และอำเภอใกล้เคียง มี น.ส.นก ซึ่งเป็นชาวลาว และเป็นภรรยานายปอนด์ มาช่วยดูแลการขายยาบ้า ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา นายปอนด์ นายปุ๊ ขับรถเก๋งฮอนด้า พร้อมยาบ้า กว่า 5 แสนเม็ด มาส่งให้ที่ห้องเช่าภายในรีสอร์ท จึงทยอยส่งให้ลูกค้าตามรายชื่อที่นายปอนด์ให้มา
“ก่อนถูกจับกุมผู้ต้องหาได้ขับรถไปส่งยาบ้าให้ลูกค้าตามคำสั่งของนายปอนด์ เมื่อขับรถมายังห้องเช่าในรีสอร์ทก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นและจับกุมตัวพร้อมของกลางดังกล่าว และให้การซัดทอดถึงที่มาของยาบ้าทั้งหมดว่านายปอนด์และนายปุ๊เป็นคนนำมาส่ง ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับทั้งสองคนแล้ว ในข้อหา สมคบและสนับสนุนให้ผู้อื่นค้ายายาเสพติดประเภท 1(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ส่วนนายบูม อายุ 27 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วน น.ส.นก ชาวสปป.ลาว ถูกดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่นายเติร์ก อายุ 27 ปี จะถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นผู้ขับขี่เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย,มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”