พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา  นำสินค้าที่ถูกไฟไหม้ในตลาดชายแดนช่องจอม มาวางขายกับพื้น หาเงินซื้อข้าวกินหลังหมดตัว

ภูมิภาค29 ต.ค. 2566 • 13:57 น.
พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา  นำสินค้าที่ถูกไฟไหม้ในตลาดชายแดนช่องจอม มาวางขายกับพื้น หาเงินซื้อข้าวกินหลังหมดตัว

สุรินทร์ สงสาร พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา  นำสินค้าที่ถูกไฟไหม้ในตลาดชายแดนช่องจอมม มาวางขายกับพื้น หาเงินซื้อข้าวกินหลังหมดตัว ขณะที่คนไทยไม่ใจดำ แห่ซื้อช่วยเหลือ หลังพากันไปเที่ยวในวันออกพรรษา ขณะที่พ่อค้าคนไทย มีน้ำใจ มาช่วยยืนขาย เพราะสงสาร

วันนี้(29ต.ค.66 )ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ พบกับภาพที่น่าสลดหดหู่ใจและน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งภาพดังกล่าวสามารถสร้างความรู้สึกสะเทือนใจ ให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้พบเห็นพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา ที่ร้านค้าภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ถูกเพลิงไหม้เสียหาย ต่างได้พากันนำสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้และสินค้าที่นำออกมาทันบางส่วน ไมว่าจะเป็น ถ้วยชาม หม้อ ไห กะละมัง ทัพพี ตะหลิว ช้อน มีด จอบเสียม เคียว ขวาน รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์เครื่องมือช่าง และสินค้าต่างๆเท่าที่เหลืออยู่และยังใช้ได้มาวางขายกับพื้น บางชิ้นมีร่องรอยถูกไฟไหม้ไฟลน แต่ยังพอใช้ได้ ก็นำมาวางขายกับพื้นข้างร้านของตนเองที่ถูกเพลิงไหม้เหลือแต่ตอตะโก ในราคาถูก


ซึ่งพบว่ามีประชาชนชาวไทยที่พาครอบครัวมาท่องเที่ยวทำบุญช่วงวันหยุดออกพรรษา ประกอบกับได้ทราบข่าวว่าตลาดชายแดนช่องจอมเกิดเพลิงไหม้ จึงต้องการมาดูสภาพตลาด และซื้อสินค้าตามร้านค้าที่ยังไม่ถูกเพลิงไหม้ แต่กลับมาพบภาพที่น่าหดหู่และน่าสงสารดังกล่าว จึงเปลี่ยนใจพากันมาช่วยซื้ออุดหนุนสินค้าดังกล่าวกับพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา กันอย่างคึกคัก เป็นภาพน่าประทับใจ กับความมีน้ำใจต่อกันระหว่างชาวไทยและกัมพูชา ที่อยู่กันแบบบ้านพี่เมืองน้อง และอดที่จะสงสารกันไม่ได้

น.ส.อาภรภัทร์ สำราญใจ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 315 ม.2 ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์     บอกว่า ตนเองอยากมาดูสภาพตลาดที่ถูกเพลิงไหม้  พอมาเห็นพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาเอาของที่ถูกไฟไหม้และยังพอใช้ได้มาขาย ก็อดที่จะสงสารไม่ได้ เลยตัดสินใจช่วยซื้อโดยไม่ต่อ เพราะเขาขายถูกอยู่แล้ว เข้าคงหมดเนื้อหมดตัว และบอกว่าขายเพื่อเอาเงินไว้ไปซื้อกิน  ตนเลยซื้อของหลายอย่างช่วยกัน เพราะรู้สึกเห็นใจและสงสารเป็นอย่างมาก


ขณะที่นายสุพรรณ ห้องขวาง ซึ่งเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่นชาวไทย ที่มายืนช่วยขายสินค้าให้กับเพื่อนพ่อค้าชาวกัมพูชา บอกว่า ร้านน้องเป็นชาวกัมพูชา มี 4 ห้อง ถูกไฟไหม้หมดเลย  เอาของเท่าที่ได้มาขาย บางอย่างซื้อมา 200-300 บาท มาขาย 100 บาท พวกกะละมัง ก็เอาไปใช้ได้ เอาไปขัด หน่อย ก็ขอเชิญชวนพี่น้องมาช่วยซื้อของน้องๆด้วย คนละไม้คนละมือ มาช่วยให้กำลังใจกัน ยังไงก็ฝากๆช่วยกันด้วยครับ


ด้าน นายยนต์ พ่อค้าชาวกัมพูชา กล่าวว่า ร้านตนอยู่ข้างหน้าถูกไฟไหม้หมดไปนับล้านบาท เหลือสินค้าเท่าที่เห็น แต่ยังพอใช้พอขายได้ เลยเอามาขายถูกๆ บางชิ้นซื้อมา 200 ขายได้ 60-70 บาท ขาดทุนหวังจะได้เงินมาไว้ซื้อข้าวกิน 

 ทั้งนี้ร้านค้าส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการชาวกัมพูชา ถูกเพลิงไหม้กว่า 320 ร้านค้า มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท เหตุเกิดเวลาประมาณ 21.30 น.ของคืนวันที่ 27 ต.ค.66 ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งกองอำนวยการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยตลาดช่องจอมโดย อ.กาบเชิง และ อบต.ด่าน บริเวณด้านในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาเบื้องต้น ประชาชนสามารถเข้ามาบริจาคข้าวสารอาหารแห้งได้ทุกวัน หรือสามารถประสานกับ อ.กาบเชิง ได้ที่หมายเลย 063-901-3124